เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ดราม่า Arm Patch ไม่ใช่แค่เรื่องมังกร แต่คือโจทย์ปฏิรูปตำรวจ

กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเครื่องหมายประจำสถานี หรือ Arm Patch ของตำรวจ โดยเฉพาะสัญลักษณ์มังกร ของ สน.ห้วยขวาง กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลายคนตั้งคำถามว่าสัญลักษณ์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดภาพจำว่า ตำรวจไทยกำลังใกล้ชิดหรือรับใช้กลุ่มทุนและชาวจีนในพื้นที่มากเกินไป

ในฐานะที่เคยทำหน้าที่ประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารราชการตำรวจ ในสภาผู้แทนราษฎรชุดผ่านมา และมีโอกาสศึกษาระบบตำรวจในหลายประเทศ ทั้งมาเลเซีย โปแลนด์ เยอรมนี และญี่ปุ่น ผมอยากชวนทุกคนมองเรื่องนี้อีกมุมหนึ่ง เพราะประเด็นที่กำลังถกเถียงกัน ไม่ได้มีแค่เรื่องของสัญลักษณ์บนแขนเสื้อ แต่ยังสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบตำรวจไทยด้วย

นายปิยรัฐ ระบุว่า หากมองตามบริบทของพื้นที่ สน.ห้วยขวาง เป็นย่านที่มีสถานเอกอัครราชทูตจีน มีชาวจีน นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวอาศัยอยู่จำนวนมาก การออกแบบสัญลักษณ์มังกร คิดในอีกมุมเขาคงมีจุดประสงค์ก็เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ทำให้ผู้คนจดจำสถานีตำรวจได้ง่ายขึ้น และทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจดูใกล้ชิดกับชุมชนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อสัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐ ความรู้สึกของประชาชนก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ หากมีประชาชนจำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่สบายใจ ตำรวจก็ควรเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างจริงจัง ในอนาคตอาจจะมีการเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชน นักออกแบบ หรือผู้ที่มีความรู้ด้านศิลปะและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เข้ามาร่วมเสนอแนวคิดหรือออกแบบ Arm Patch ร่วมกัน น่าจะทำให้ได้สัญลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นห้วยขวางได้ดีกว่า และเป็นสิ่งที่คนในพื้นที่รู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน

นายปิยรัฐ ระบุต่อว่า แต่สำหรับผม ประเด็นที่ควรถกเถียงกันมากกว่าสัญลักษณ์บนแขนเสื้อ คือโครงสร้างการบริหารงานตำรวจของไทย จากการศึกษาระบบตำรวจในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนีหรือญี่ปุ่น จะเห็นว่าตำรวจในแต่ละรัฐหรือแต่ละจังหวัดสามารถกำหนดรายละเอียดของเครื่องแบบและเครื่องหมายให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นได้ เพราะตำรวจเหล่านั้นมีความผูกพันกับพื้นที่และรับใช้ประชาชนในพื้นที่ของตนเอง

ในทางกลับกัน ระบบตำรวจไทยยังคงรวมศูนย์อำนาจไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้หลายเรื่องต้องรอการตัดสินใจจากส่วนกลาง ทั้งเรื่องการบริหารงาน การแต่งตั้งโยกย้าย และแม้แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องแบบหรือระเบียบปลีกย่อยต่าง ๆ ทั้งที่หลายเรื่องควรเปิดโอกาสให้พื้นที่ตัดสินใจได้เองภายใต้กรอบมาตรฐานเดียวกัน

ผมจึงเห็นว่า รัฐบาลควรรับข้อเสนอของสภาฯ ที่ผมและคณะเคยผลักดันเพื่อกระจายอำนาจการบริหารงานตำรวจสู่จังหวัด/พื้นที่ เพื่อให้ผู้บริหารสำนักงานตำรวจ ได้เปิดพื้นที่ความคิดสร้างสรรค์หรือการเชื่อมโยงกับชุมชน หากปรับปรุงกฎระเบียบให้เหมาะสม เปิดพื้นที่ให้ตำรวจระดับปฏิบัติการและประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ก็จะเป็นอีกก้าวหนึ่งของการปฏิรูปตำรวจผ่านการกระจายอำนาจ ซึ่งจะทำให้ตำรวจเป็นของพื้นที่มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

“ท้ายที่สุด ไม่ว่าตำรวจจะติด Arm Patch แบบใด หรือใช้เครื่องแบบลักษณะไหน สิ่งที่จะทำให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นได้ ไม่ใช่สัญลักษณ์บนแขนเสื้อ แต่คือการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค ปราบปรามอาชญากรรมและทุนสีเทาโดยไม่เลือกปฏิบัติ และยืนอยู่ข้างประชาชนอย่างแท้จริง เพราะศรัทธาของประชาชนไม่ได้เกิดจากเครื่องแบบ แต่เกิดจากการกระทำของผู้สวมเครื่องแบบนั้น” นายปิยรัฐ ระบุ