เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช พร้อมด้วย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีได้รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากร เกี่ยวกับข้อสงสัยในความไม่โปร่งใสการใช้เงินกองทุนส่งเสริม SME ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในโครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซ และ ไลฟ์คอมเมิร์ซ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย

โดย นายกรณ์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการและแม่ค้าออนไลน์ไทยต้องเผชิญความเสียเปรียบจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นและการสูญเสียข้อมูลการค้า พรรคประชาธิปัตย์จึงเห็นชอบกับการใช้งบประมาณรัฐสร้างแพลตฟอร์มของไทยเอง แต่กระบวนการคัดเลือกผู้ดำเนินโครงการของ สสว. กลับขาดความโปร่งใส โดย ม.ศิลปากร ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐที่ยื่นข้อเสนอ มองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณา

นายกรณ์ ระบุอีกว่า นอกจากใช้หลักเกณฑ์หยุมหยิมตีตกข้อเสนอ ม.ศิลปากร เพื่อส่อไปในทางล็อกสเปกแล้ว ยังพบพฤติการณ์น่าวิตก คือการมี “บุคคลภายนอก” ซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ สสว. เข้ามาทำตัวมีอำนาจเจรจาเงื่อนไขกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และเมื่อ ม.ศิลปากร ยื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอน กลับถูกข่มขู่คุกคามเจ้าหน้าที่เพื่อให้ถอนอุทธรณ์ จนมหาวิทยาลัยต้องแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจอย่างเป็นทางการ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานรัฐ

“งบประมาณแผ่นดินมาจากภาษีประชาชนซึ่งมีจำกัด การใช้เงินจึงต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปราศจากคอร์รัปชัน พรรคจะใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัตินำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียก สสว. มาชี้แจง ทั้งมาตรฐานการคัดเลือกกรรมการ บทบาทของคนนอก และกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์ว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่” นายกรณ์ กล่าว

ด้าน ดร.การดี กล่าวเสริมว่า ในฐานะอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย รู้สึกเสียใจและสะเทือนใจอย่างมากที่สถาบันการศึกษา ซึ่งควรเป็นเสาหลักในการบ่มเพาะคนดี สุจริต กลับต้องถูกกลุ่มคนบางกลุ่มเข้ามาแทรกแซงอย่างหนัก พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันในเจตนารมณ์การเมืองสุจริต และจะใช้กลไกกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนต่อไป