นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ซีอีโอ 411 เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงความคืบหน้า กรณีข้อพิพาทระหว่างกรณีข้อพิพาททางกฎหมายและศึกการค้าในธุรกิจกาแฟสำเร็จรูปยักษ์ใหญ่ของไทย ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างครอบครัวมหากิจศิริกับองค์กรระดับโลกที่มีประวัติยาวนานกว่า 50 ปี ในงานเปิดตัวสถาบันสอนศิลปะการแสดง SCA PLUS ศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ใจกลางเมือง ย่านทองหล่อ ซอย 20 เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ขณะนี้คดีความอยู่ในกระบวนการทางชั้นศาลแล้ว โดยจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้เกิดจาก คุณพ่อ (ประยุทธ มหากิจศิริ) เป็นผู้บุกเบิกและนำองค์ความรู้มาสร้างโรงงานกาแฟสำเร็จรูปแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ยุคที่คนไทยยังไม่คุ้นเคยกับกาแฟประเภทนี้ จนกระทั่งสร้างตลาดจนเติบโตและถือครองสัดส่วนการตลาดในประเทศสูงถึง 70%

แต่ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีความเห็นไม่ตรงกันในด้านนโยบาย โดยฝั่งหุ้นส่วนต่างชาติมีความพยายามที่จะบีบให้ครอบครัวขายหุ้นในราคาที่กำหนด เพื่อหวังเข้าครอบครองกิจการและส่วนแบ่งตลาดกาแฟไทยแบบ 100% ทั้งๆ ที่เงินลงทุน ค่าการตลาดทุกบาท ทุกสตางค์ ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา มาจากบริษัทร่วมทุนแห่งนี้

” วันนี้อยู่ดี ๆ จะมาอ้างชื่อและจะเอาตลาดกาแฟของคนไทยทั้งหมดไปอยู่ในมือต่างชาติ 100% ผมยอมไม่ได้ ขอยืนยันหนักแน่นว่า จะไม่ยอมให้ตลาดกาแฟของคนไทยตกไปอยู่ในมือต่างชาติ แม้จะมีความเครียดจากการต่อสู้กับองค์กรระดับโลก แต่ปัจจุบันเริ่มเข้าใจและยืนยันว่า “จะไม่ไปไหนจากที่นี่” จะทำหน้าที่ในฐานะคนไทยอย่างดีที่สุด ขอให้คนไทยร่วมกันสนับสนุนธุรกิจของคนไทยด้วยกันต่อไปครับ”นายเฉลิมชัย กล่าว 

สำหรับข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นหลังเนสท์เล่ ได้แจ้งยุติสัญญาการผลิตกับบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ถือหุ้นฝ่ายละ 50% และต่อมาทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงแนวทางดำเนินธุรกิจในอนาคตได้ ส่งผลให้เกิดการดำเนินคดีในหลายประเด็น รวมถึงคำร้องขอเลิกบริษัท QCP ที่ถูกยื่นต่อศาลในเวลาต่อมา.