จากรายงาน Macroeconomic and Foreign Exchange Policies of Major Trading Partners of the United States (FX Report) ฉบับเดือน ก.ค. 2569 สหรัฐยังคงจัดให้ประเทศไทยอยู่ใน Monitoring List เช่นเดียวกับรายงานฉบับก่อน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกบทวิเคราะห์จากผลการประเมินล่าสุดสะท้อนว่า สถานะของไทยปรับดีขึ้น โดยจำนวนเกณฑ์ที่ไทยติดเงื่อนไข ลดลงจาก 2 ใน 3 ข้อ เหลือ 1 ใน 3 ข้อ หลังดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ 3% ของ GDP แม้ว่าการเกินดุลการค้ากับสหรัฐ จะยังอยู่ในระดับสูงและสูงกว่าเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า รายงาน FX Report ฉบับเดือน ก.ค. 2569 ใช้ข้อมูล 4 ไตรมาสสิ้นสุดเดือน ธ.ค. 2568 จึงยังไม่สะท้อนพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยในปี 2569

สาระสำคัญของรายงานรอบล่าสุดไม่ได้อยู่เพียงผลการประเมินตามเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อ แต่สะท้อนให้เห็นถึง การเปลี่ยนแปลงของกรอบการประเมินของกระทรวงการคลังสหรัฐ มากกว่า โดยหากเปรียบเทียบกับรายงานรอบที่แล้วฉบับเดือน ม.ค. 2569 จะเห็นว่า แม้มุมมองของกระทรวงการคลังสหรัฐ ต่อการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของ ธปท. แทบไม่เปลี่ยนแปลง 

โดยยังเห็นว่า การเข้าดูแลค่าเงินมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความผันผวนของตลาด ไม่ใช่เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า แต่รายงานฉบับล่าสุดได้เพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับกลไกและเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินนโยบายมากขึ้น สะท้อนว่า กระทรวงการคลังสหรัฐ ให้ความสำคัญกับวิธีการดำเนินนโยบายมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงทิศทางการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน

ในทำนองเดียวกัน รายงานฉบับใหม่ยังขยายการกล่าวถึงมาตรการด้านเงินทุนเคลื่อนย้ายและมาตรการกำกับดูแลของไทยเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่กล่าวถึงเพียงหลักการทั่วไป มาเป็นการอธิบายมาตรการเฉพาะของไทย เช่น การปรับเกณฑ์รายได้จากต่างประเทศของผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่ต้องนำกลับเข้าประเทศ จาก 1 ล้านดอลลาร์ เป็น 10 ล้านดอลลาร์ การห้ามสถาบันการเงินในประเทศทำธุรกรรม NDF กับผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ (NR) 

ตลอดจนมาตรการกำกับดูแลธุรกรรมซื้อขายทองคำในรูปเงินผ่านผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และการรายงานธุรกรรมทองคำขนาดใหญ่ แม้รายงานจะไม่ได้ระบุว่ามาตรการเหล่านี้ถูกใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านอัตราแลกเปลี่ยน 

แต่อาจเป็นสัญญาณสะท้อนว่า ขอบเขตการประเมินและติดตามของกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้ขยายจากการติดตามการเข้าดูแลค่าเงิน ไปเป็นการติดตามเครื่องมือเชิงนโยบายที่อาจส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนและเงินทุนเคลื่อนย้ายในภาพรวม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ไทยมีโอกาสหลุดออกจาก Monitoring List ในรอบการประเมินถัดไป หากยังติดเกณฑ์ไม่เกิน 1 ข้อ โดยจากข้อมูลเบื้องต้นดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในช่วง 4 ไตรมาสสิ้นสุดเดือน มิ.ย. 2569 มีแนวโน้มอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ ขณะที่การดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของ ธปท. ยังคงมุ่งรักษาเสถียรภาพของตลาดเป็นสำคัญ 

อย่างไรก็ดี ในระยะข้างหน้า โจทย์สำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การเข้าดูแลตลาดอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่ แต่จะเปลี่ยนเป็นความโปร่งใส เหตุผลในการดำเนินนโยบาย และการประกาศเครื่องมือ/มาตรการที่อาจส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนและกลไกตลาด ซึ่งทั้งหมดน่าจะยังคงเป็นประเด็นที่กระทรวงการคลังสหรัฐ ติดตามต่อเนื่องในการประเมินรอบต่อไป