เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช ดร.การดี เลียวไพโรจน์ นายสกลธี ภัททิยกุล นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ทีมรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 5 และคณะผู้บริหารพรรค ร่วมกันประกอบพิธีสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม บริเวณลานพระแม่ธรณี เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอพรให้การดำเนินงานโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งประสบความสำเร็จ พร้อมรวมพลังผู้บริหารและสมาชิกพรรค ออกเดินสายรณรงค์เชิญชวนพี่น้องประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างเต็มกำลัง และสื่อสารนโยบายสู่พี่น้องประชาชนอย่างพร้อมเพรียงกัน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงสถานการณ์โค้งสุดท้ายว่า แม้จะยอมรับว่ากระแสการเลือกตั้งครั้งนี้เงียบเหงากว่าที่คาดไว้ และประชาชนยังมีความตื่นตัวน้อย แต่พรรคยังคงเดินหน้าอย่างเต็มที่จนถึงวินาทีสุดท้าย พร้อมชี้ให้เห็นว่าการที่เว็บไซต์ของพรรคถูกโจมตีด้วยกลุ่มไอโอในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านโยบายการเปิดโปงความไม่โปร่งใสของพรรค ได้ไปกระทบผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มเข้าอย่างจัง และขอยืนยันว่าจะเดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อไป เพราะคนกรุงเทพฯ ต้องการความสะอาด ไม่ใช่แค่เชิงกายภาพ แต่หมายถึงความโปร่งใสในการบริหารเมือง ซึ่งเป็นคำตอบในการแก้ปัญหาหลักของคนกรุง

เมื่อถามถึงกรณีผู้สมัครอิสระที่รวมกลุ่มกันลงสมัคร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความสำคัญของระบบพรรคมีความหมายมากกว่าแค่การลงสมัคร เพราะหมายถึงความรับผิดชอบร่วมกันและมีกลไกตรวจสอบภายในพรรคเอง ต่างจากกลุ่มการเมืองที่อ้างชื่อ “อิสระเป็นทีม” ซึ่งแท้จริงแล้วคือการรวมกลุ่มกันเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ ทั้งนี้ คำว่าอิสระ ใครๆ ก็ชอบ ฟังดูเหมือนดี แต่คำถามคืออิสระแบบไหน ในทางการเมืองถ้าลงคนเดียวคืออิสระ แต่ถ้าบอกว่าอิสระเป็นทีม นี่คือกลุ่มการเมือง หากปกปิดก็คือแก๊งการเมือง ผมเชื่อว่าประชาชนอยากเห็นความตรงไปตรงมา การมีระบบพรรคไม่ใช่การหลับหูหลับตาเชียร์กัน แต่คือการมีกลไกตรวจสอบภายใน อย่างในอดีต สก. ของเราก็เคยตรวจสอบผู้ว่าฯ ในสังกัดเดียวกันมาแล้ว นี่คือหลักประกันที่มั่นใจได้

ด้านนายชวน กล่าวว่า ในยุคที่ภาพลักษณ์การเมืองไทยเต็มไปด้วยความอับอายจากปัญหาการซื้อตำแหน่งหรือการครอบงำจากอำนาจมืด ระบบพรรคคือตัวกรองที่จะช่วยตรวจสอบและรับผิดชอบต่อประชาชนได้ดีกว่าตัวบุคคล ซึ่งจะทำให้การบริหารเมืองเป็นไปอย่างระมัดระวังและไม่มีประวัติด่างพร้อย ทั้งนี้ ในยามที่บ้านเมืองมีภาพลักษณ์เชิงลบจากการทุจริต หรือการบงการจากผู้มีอิทธิพล สิ่งที่จะทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงได้คือคนดีและระบบพรรคที่จะเข้ามาช่วยกำกับดูแล เพราะเมื่อตัวบุคคลพ้นจากตำแหน่งไป ระบบพรรคจะมีคนที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนั้นต่อเนื่องไปถึงชั่วลูกหลาน นี่คือหลักประกันความระมัดระวังในการทำงาน ที่ผ่านมาผู้ว่าฯ จากประชาธิปัตย์ทุกคนล้วนมีประวัติที่โปร่งใส ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญสูงสุด

ขณะที่ นายอนุชา กล่าวว่า วันที่ 28 มิ.ย. คือการกำหนดอนาคตเมืองไปอีก 4 ปี การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไม่มีการยุบสภาเหมือนการเลือกตั้งระดับชาติ หากพลาดโอกาสนี้ไป ต้องรออีกนานถึง 4 ปี ดังนั้นขอให้ตัดสินใจเลือกด้วยความเชื่อมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง บนพื้นฐานของข้อมูลจริง โดยตนและ สก. ทั้ง 50 เขต จากพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณและผลักดันนโยบายด้วยความโปร่งใส ขอโอกาสให้เราเข้าไปทำงานเพื่อรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ

ภายหลังการสัมภาษณ์ นายอนุชาและคณะผู้บริหารพรรค ได้ขึ้นรถขบวนแห่เคลื่อนออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มุ่งหน้าสู่ตลาด อ.ต.ก. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางกำลังใจจากพี่น้องประชาชน โดยมีแกนนำพรรคคนสำคัญร่วมขบวนอย่างพร้อมหน้า เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าและผู้มาจับจ่ายใช้สอย ที่ให้ความสนใจสอบถามนโยบายตลอดเส้นทาง ก่อนจะเดินทางไปยังงาน “สหกรุ๊ปแฟร์” (Saha Group Fair) ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ ที่มีประชาชนเข้าชมงานจำนวนมาก นายอนุชาได้เดินเยี่ยมชมบูธสินค้าและพบปะผู้ประกอบการ พร้อมถือโอกาสรณรงค์นโยบายเศรษฐกิจและการสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้รับทราบถึงแนวทางการพัฒนาเมือง อีกทั้ง ยังได้รับฟังปัญหาและนำเสนอแนวทางการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ค้ารายย่อย ถือเป็นการปิดภารกิจช่วงเช้าอย่างเข้มข้น และมุ่งมั่นตามแนวทางความเป็นประชาธิปัตย์ที่ยึดถือการเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่.




