เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. จากกรณีการจับกุมผู้ลักลอบขน “นกชนหิน” สัตว์ป่าสงวนสุดหายากของไทยออกนอกประเทศที่สนามบินดอนเมือง โดยตรวจยึดได้ที่สนามบินอินเดีย ก่อนส่งกลับไทยและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับมาฟื้นฟูสุขภาพนั้น

ล่าสุด กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (ไซเตส) สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ได้ทำรายงานถึงนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุว่า ด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานดอนเมืองได้ประสานการท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กรณีการลักลอบนำนกชนหิน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทยและชนิดพันธุ์ที่อยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญา CITES ออกนอกราชอาณาจักรไปยังสาธารณรัฐอินเดีย

ผลการตรวจสอบพบว่า มีผู้ร่วมขบวนการอย่างน้อย 3 คน เดินทางมาส่งผู้ต้องหาชาวอินเดีย โดยผู้ต้องหาได้นำกระเป๋าเดินทางสีดำ ขนาดประมาณ 24 นิ้ว โหลดผ่านเคาน์เตอร์เช็กอิน ช่อง 8 ของสายการบินก่อนเดินทาง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภาพเอกซเรย์สัมภาระพบลักษณะคล้ายตัวนกถูกซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าและมีสิ่งของวางปิดทับ สะท้อนให้เห็นว่าการลักลอบค้าสัตว์ป่าครั้งนี้มีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันดำเนินการอย่างเป็นขบวนการ

กรณีดังกล่าวก่อให้เกิดคำถามสำคัญต่อระบบรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานว่า เหตุใดสัตว์ป่าที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในสัมภาระจึงสามารถผ่านกระบวนการตรวจคัดกรองและถูกลำเลียงขึ้นเครื่องบินได้โดยไม่มีการตรวจพบ ขณะที่ประเทศปลายทางกลับสามารถตรวจยึดได้ทันทีเมื่อผู้โดยสารเดินทางถึง

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงคดีลักลอบค้าสัตว์ป่าอีกหนึ่งคดี แต่ควรเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสายการบิน การท่าอากาศยาน ศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานด้านความมั่นคง ร่วมกันทบทวนมาตรการตรวจคัดกรองผู้โดยสารและสัมภาระ วิเคราะห์ช่องว่างของระบบ และยกระดับมาตรการป้องกันอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศอีกต่อไป

หากไม่มีการถอดบทเรียนและปรับปรุงมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม คำถามที่ว่า “เหตุใดสัตว์ป่าจึงสามารถผ่านการตรวจคัดกรองออกจากประเทศไทยได้” ย่อมเกิดขึ้นซ้ำในคดีต่อไป และประเทศไทยอาจยังคงถูกขบวนการอาชญากรรมสัตว์ป่าข้ามชาติใช้เป็นเส้นทางลักลอบส่งออกสัตว์ป่าหายาก ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า แต่ยังอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ความเชื่อมั่นต่อสายการบินของไทย และความเชื่อถือของนานาชาติต่อประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมและป้องกันการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายของไทยอีกด้วย

ทั้งนี้ นกชนหิน เป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 จากข้อมูลการศึกษาวิจัยประมาณการว่า นกชนหินอาจเหลืออยู่ในป่าธรรมชาติของประเทศไทยไม่ถึง 100 ตัว  ซึ่งเป็นจำนวนที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดสถานะการอนุรักษ์ นกชนหิน อยู่ในบัญชีแดง สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ (Critically endangered species)