น.ส.หลิงหลาน หวาง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ ชอง การ์ทเนอร์ บริษัทผู้ให้คำปรึกษาและวิจัยข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า   การ์ทเนอร์ ได้คาดการณ์ว่า ปริมาณการความต้องการใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกในปี 69 จะเพิ่มขึ้น 27% โดยจะแตะระดับ 132 กิกะวัตต์ เพิ่มจาก 104 กิกะวัตต์ จากปีก่อน และคาดว่าภายในปี 73 ปริมาณการความต้องการ.ช้พลังาน จะเพิ่มสูงถึง 290  กิกะวัตต์  สะท้อนให้เห็นถึงขนาดและความเร็วในการเติบโตเกินคาดของ เจน เอไอ ที่เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความต้องการด้านพลังงาน ขณะที่ ประเมินว่ายอดการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกในปี 69 จะเพิ่มสูงแตะ 565 เทราวัตต์ชั่วโมง  เพิ่มขึ้นจาก 447 เทราวัตต์ชั่วโมง ในปี 68 หรือเพิ่มขึ้น 26%

“ความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วสำหรับการประมวลผล เอไอ ที่ต้องใช้พลังงานสูงนั้น กำลังทำให้การบริโภคพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะที่ขีดความสามารถ ของเอไอ ในปัจจุบันเริ่มถูกจำกัดด้วยปริมาณไฟฟ้าที่มีให้ใช้ ส่งผลให้ความมั่นคงทางพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์กลายเป็นสมรภูมิแห่งใหม่ของการขยายธุรกิจและปกป้องผลกำไรเพื่อแข่งขันด้าน เอไอ ระดับโลก”

น.ส.หลิงหลาน กล่าวต่อว่า  จากการประเมินว่าภายในปี 73 ยอดการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์จะสูงเกิน 1,200 เทราวัตต์ชั่วโมง  ส่งผลให้การจ่ายไฟของระบบโครงข่ายไฟฟ้า (กริด) ไม่เพียงพอต่อความต้องการในการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ทุกราย “ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานและการปฏิบัติการ ต้องจัดลำดับความสำคัญเพื่อการอัปเกรดประสิทธิภาพขั้นสูง และการเข้าถึงแหล่งจ่ายไฟที่มั่นคง นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องลงทุนในระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงการประมวลผล  เอดจ์ คอมพิวติง ซึ่งเป็นแนวคิดสำหรับการประมวลผลข้อมูลหรือจัดการกับข้อมูลว่าควรจะเกิดขึ้นใกล้กับแหล่งที่มาของข้อมูลมากที่สุด เพื่อบรรเทาข้อจำกัดด้านพลังงาน และรองรับการเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมสามารถขยายการเติบโตได้ในอนาคต

 “เซิร์ฟเวอร์ที่ปรับแต่งเพื่อรองรับ AI หรือ AI-Optimized Servers ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในการใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการ์ทเนอร์ประเมินว่าการนำ AI-Optimized Servers มาใช้งานจะคิดเป็นสัดส่วน 31% ของการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดในปี 69 และภายในปี 73 ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของเซิร์ฟเวอร์กลุ่มนี้จะโตแซงหน้าเซิร์ฟเวอร์แบบดั้งเดิม”  น.ส.หลิงหลาน กล่าว