ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่สนาม แอตแลนตา สเตเดียม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทีมชาติอังกฤษ ทำเอากองเชียร์ ทรี ไลออนส์ ทั่วโลกใจหายใจคว่ำไปตามกัน เมื่อต้องเป็นฝ่ายพลิกจากที่ตกเป็นรองก่อนหนึ่งประตูกลับมาไล่แซงเชือด ดีอาร์ คองโก ชนิดหืดขึ้นคอ 2-1 คว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

เกมนี้ ดีอาร์ คองโก สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการออกนำไปก่อน 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการยิงมุมแคบยัดเสาแรกของ ไบรอัน ซิเปงกา หัวหอกจากอัลเมเรีย

หลังเสียประตู อังกฤษ ดาหน้าลุยแหลก และเกือบได้จุดโทษในนาทีที่ 44 เมื่อ แฮร์รี เคน โดน ลิโอเนล เอ็มปาซี นายทวารคองโก ปรี่ออกมาคว้าข้อเท้าจนล้มคว่ำในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสิน อัดฮัม มักฮาดเมห์ จากจอร์แดน ปฏิเสธที่จะให้จุดโทษ เนื่องจากมองว่า เคน เจตนาพุ่งล้ม

จากนั้นในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+2 อังกฤษ พลาดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย เมื่อ โนนี มาดูเอเก เปิดบอลให้ จูด เบลลิงแฮม ขึ้นโขกจ่อ ๆ แต่โดน เอ็มปาซี เซฟเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

เข้าสู่ครึ่งหลัง “สิงโตคำราม” ครองบอลบุกแบบวันเวย์ และตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จในนาทีที่ 75 เมื่อ แอนโธนี กอร์ดอน เปิดบอลให้ เคน ขึ้นโขกจมตาข่าย ซึ่งนับเป็นประตูที่ 12 ในฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายของ เคน เทียบเท่ากับที่ เปเล่ ราชันลูกหนังชาวบราซิเลียน เคยทำได้เลยทีเดียว

เท่านั้นยังไม่พอนาทีที่ 86 เคน แผลงฤทธิ์อีกครั้ง เมื่อรับบอลจาก กอร์ดอน ก่อนจะลากแหวก 3 แนวรับคองโก และตะบันด้วยขวาเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสุดงามส่งให้ อังกฤษ พลิกขึ้นนำ 2-1

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีใครทำอะไรกันได้อีก จบเกม อังกฤษ ไล่แซงเชือด ดีอาร์ คองโก หืดจับ 2-1 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับ เม็กซิโก ทีมเจ้าภาพร่วม ที่สนาม เม็กซิโก ซิตี สเตเดียม หรือ เอสตาดิโอ อัซเตกา อันโด่งดัง ในวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น.
ภาพ REUTERS



