สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่า นายมาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ กล่าวว่า นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลวอชิงตัน และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เดินทางมายังกาตาร์แล้ว เพื่อเตรียมการเจรจากับคณะผู้แทนของอิหร่าน


อย่างไรก็ตาม นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงจากกรุงเตหะราน ยืนยันว่า “ไม่มีการกำหนดการพบปะกับฝ่ายอเมริกันทุกระดับ ในช่วงหลายวันข้างหน้า”


ต่อจากนั้นไม่นาน มีการเปิดเผยจากกาตาร์ ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่กรุงโดฮา จะเป็น “การเจรจาทางเทคนิคผ่านคนกลาง” ไม่ใช่การหารือโดยตรง โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด เกี่ยวกับคณะผู้แทนของรัฐบาลเตหะราน


ขณะที่เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ หารือกับนายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม เพื่อคลี่คลายภาวะชะงักงันในการเจรจา แต่ทำเนียบขาวปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับรายงานดังกล่าว


ด้านนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของรัฐบาลเตหะราน ยังคงยืนกรานว่า อำนาจอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซเป็นของอิหร่านและโอมาน และการเดินเรือผ่านช่องแคบจะเป็นไปตามข้อตกลงที่อิหร่านกำหนดเท่านั้น


ส่วนรองประธานาธิบดีสหรัฐ เจ.ดี. แวนซ์ ของสหรัฐ ยืนกรานว่า รัฐบาลวอชิงตันจะไม่ยอมให้อิหร่านเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าวอย่างเด็ดขาด และเตือนว่า เรื่องนี้ “จะไม่มีทางจบ” ตราบใดที่อิหร่านยังไม่เลิกแผนการเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่สัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS