เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลาง  ลำต้นและกิ่งก้านใบไม่มีขน ลำต้นเป็นสีน้ำตาลเปลือกเรียบสีเทาแตกเป็นร่องเล็กน้อย เปลือกข้างในมีริ้วสีชมพูสลับขาว  ความสูงของลำต้นสูงถึง 25 เมตร  มีใบย่อย 3 – 5คู่ ปลายสุดเป็นใบเดี่ยว สีเขียว มีการเรียงตัวแบบสลับ แผ่นใบเป็นรูปไข่ ปลายใบเป็นเรียวแหลม โคนใบอาจจะเบี้ยวหรือมน ขอบใบจะเรียบ ดอกช่อแยกแขนง ดอกจะอยู่ตามกิ่งแต่ละดอกมีขนาดเล็ก มี 5 กลีบเกสรมีตัวเมียแยกเป็นสี่แฉก ผลสดมีเนื้อฉ่ำน้ำ ลักษณะรูปไข่หรือรูปรี เมื่อสุกผลสีเหลืองหม่น มีรอยแต้มสีน้ำตาลทั่วผล ส่วนผลแห้ง จะเป็นผลแก่แล้วไม่แตก ผลเป็นเปลือกแข็งเมล็ดเดี่ยว

มะกอก มีประโยชน์หลากหลาย  เปลือกต้น ใบ และผล ใช้กินเป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย เนื้อในผลมีสรรพคุณช่วยแก้ธาตุพิการ เพราะน้ำดีไม่ปกติและกระเพาะอาหารพิการ  ผลมีรสเปรี้ยวอมหวาน  ช่วยแก้โรคขาดแคลเซียมได้  เปลือกต้นมีรสฝาดเย็นเปรี้ยว มีสรรพคุณช่วยดับพิษกาฬ  ใบมีรสฝาดเปรียว นำมาคั้นเอาน้ำใช้หยอดหู แก้หูอักเสบ แก้อาการปวดหู   แก้อาการปวดท้อง  ใบใช้เคี้ยวกินแก้อาการท้องเสีย  รากมีรสฝาดเย็น มีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะ เป็นยาแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ  เมล็ดนำมาเผาไฟ แช่กับน้ำดื่มเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ  

นอกจากนี้ ผลยังมีสรรพคุณแก้ไข้หวัดทุกชนิด แก้โรคน้ำกัดเท้า โรคขาดธาตุปูน ทำเป็นยาอาบห้ามละลอก เปลือกต้นมีสรรพคุณรักษาแผลพุพอง ดับพิษไข้ ทำเป็นยาอาบห้ามละลอก ส่วนรากเป็นยาแก้ไข้ท้องร่วง แก้บิดมูกเลือด แก้พิษสำแดงจากการกินของแสลงที่เป็นพิษ

ผลใช้รับประทานเป็นผลไม้ได้ ส่วนผลสุกจะนิยมนำมาใส่ส้มตำ น้ำพริก ยำ และใช้ประกอบอาหารอื่น ๆ ที่ต้องการรสเปรี้ยว โดยจะมีรสเปรี้ยวและฝาดเล็กน้อย นอกจากนี้เนื้อในของผลสุกยังสามารถนำมาใช้ทำน้ำผลไม้หรือทำเป็นเครื่องดื่มได้อีกด้วย โดยนำมาปอกเปลือกออกฝานเอาแต่เนื้อไปเข้าเครื่องปั่น เติมน้ำเชื่อมให้มีรสหวานตามชอบใจ ก็จะได้น้ำมะกอกปั่นที่มีกลิ่นและรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ  ใบมีกลิ่นหอม นอกจากจะใช้เป็นผักจิ้มแล้วยังใช้แต่งกลิ่นอาหารได้ เนื้อไม้มะกอกเป็นไม้เนื้ออ่อน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ทำไม้จิ้มฟัน ทำกล่องไม้ขีด ทำกล่องใส่ของ หีบศพ ฯลฯ บางข้อมูลระบุว่าสามารถนำมาใช้ในงานก่อสร้างบ้านได้