วานนี้ (1 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการเผยแพร่คลิปวิดีโอไวรัลซึ่งเป็นเหตุการณ์ขณะที่ภูเขาไฟในประเทศฟิลิปปินส์กำลังปะทุโดยมีอุกกาบาตตกในบริเวณใกล้เคียงระหว่างนั้น

ช่องยูทูบ “Afar.TV” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าว โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ภูเขาไฟมายอน บนเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ กำลังปะทุพ่นลาวาในช่วงเวลาประมาณ 22.30 น. ของวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ในระหว่างนั้นกลับมีลูกไฟอุกกาบาตสีเขียวสว่างวาบพุ่งพาดผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงและตกลงไปที่บริเวณหลังภูเขาไฟ 

แต่สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตพากันแตกตื่นคือ ในช่วงเวลาหลังจากที่อุกกาบาตตกพ้นสายตาไปแล้ว กลับมีจุดแสงสีขาวขนาดเล็กพุ่งสวนทางลอยขึ้นมาจากบริเวณดังกล่าว ซึ่งปรากฏให้เห็นเพียงแวบเดียว ก่อนจะเคลื่อนที่หายไปหลังภูเขาไฟ ทำให้เกิดกระแสข่าวลือและการคาดเดาตามมาในทันทีว่า อาจมีวัตถุต่างดาวหรือยานลึกลับลงจอดแล้วบินขึ้นจากบริเวณปากภูเขาไฟ

จุดแสงเล็กๆ ที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าในทันทีที่อุกกาบาตตกสู่พื้น

อย่างไรก็ตาม ดร.อาวี โลบ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชื่อดังจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ออกมาให้คำอธิบายว่า วัตถุส่องแสงที่เห็นพุ่งสวนขึ้นมานั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกหรือกิจกรรมของ “เอเลี่ยน” เลย แต่มันน่าจะเป็นเพียงแสงวาบจากดาวเทียมที่กำลังโคจรอยู่บนอวกาศแล้วบังเอิญสะท้อนกับแสงอาทิตย์พอดี ซึ่งในปัจจุบันมีดาวเทียมสื่อสารโคจรรอบโลกอยู่มากกว่า 10,000 ดวง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะสามารถมองเห็นแสงในลักษณะดังกล่าว และเหตุการณ์ที่แสงดาวเทียมมาปรากฏในจุดและเวลาเดียวกับที่อุกกาบาตตกนั้น ก็เป็นเพียงความบังเอิญอย่างที่สุดเท่านั้น

ดร.โลบ ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าโครงการ “กาลิเลโอ” ที่ทำหน้าที่ค้นหาร่องรอยเทคโนโลยีของสิ่งมีชีวิตนอกโลกโดยเฉพาะ ยังได้กล่าวเสริมว่า แสงจากดาวเทียมเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคใหญ่ต่อการทำงานของนักดาราศาสตร์ เพราะพวกมันมักจะปรากฏเป็นเส้นแสงรบกวนในภาพถ่ายท้องฟ้าของหอดูดาวอยู่เป็นประจำ 

ขณะเดียวกัน ดร.ปีเตอร์ บราวน์ นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นในแคนาดา ก็ได้ให้ความเห็นกับสำนักข่าว นิวยอร์กไทมส์ ว่า อุกกาบาตลูกนี้ไม่น่าจะตกถึงพื้นโลกด้วยซ้ำ โดยเมื่อพิจารณาจากแนวเส้นแสงที่เด่นชัด คาดว่ามันน่าจะเผาไหม้และสลายตัวไปในชั้นบรรยากาศจนหมดสิ้นแล้ว

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : X / restitutorII