สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่าตุลาการศาลฎีกาสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์ทั้ง 9 เสียง ว่ากฎหมายของรัฐไอดาโฮและรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งกำหนดให้โรงเรียนของรัฐ รวมถึงมหาวิทยาลัย แบ่งทีมกีฬาตาม “เพศสภาพโดยกำเนิด” และห้าม “นักเรียนที่เป็นเพศชายโดยกำเนิด” เข้าร่วมทีมกีฬาของนักเรียนและนักศึกษาหญิง ซึ่งปัจจุบันมีอีก 25 รัฐที่มีกฎหมายลักษณะเดียวกันด้วย ว่ากฎหมายเหล่านั้ไม่ได้ละเมิดกฎหมายสิทธิพลเมือง “ไทเทิล ไนน์” ซึ่งเป็นกฎหมายที่ห้ามการเลือกปฏิบัติทางเพศในระบบการศึกษา
The Supreme Court on Tuesday issued a decision to uphold state laws barring transgender girls and women from playing on school athletic teams.
— ESPN (@espn) June 30, 2026
The court's six-justice conservative majority ruled that the state bans in Idaho and West Virginia do not violate the Constitution. The… pic.twitter.com/8R7cASeWEs
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่ว่ากฎหมายดังกล่าวขัดต่อบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งที่ 14 ซึ่งรับรองความคุ้มครองที่เท่าเทียมกันตามกฎหมายหรือไม่ คณะตุลาการมีความเห็นแตกต่างกัน โดยผู้พิพากษา 6 คน ซึ่งเป็นสายอนุรักษนิยม มีความเห็นว่า กฎหมายดังกล่าวไม่ขัดรัฐธรรมนูญ สวนผู้พิพากษาอีก 3 คน ซึ่งเป็นสายเสรีนิยม เห็นว่า คดีของรัฐเวสต์เวอร์จิเนียยังมีข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม จึงยังไม่ควรตัดสินในประเด็นนี้
Trump: "BIG WIN: The United States Supreme Court just RULED AGAINST MEN PLAYING IN WOMEN’S SPORTS. Wow! That takes that ridiculous situation off the table!!! President DONALD J. TRUMP" pic.twitter.com/01zxLGAvD6
— Aaron Rupar (@atrupar) June 30, 2026
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลฎีกาในการห้ามไม่ให้ผู้ชายลงแข่งในกีฬาของผู้หญิง ถือเป็น “ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่”
ด้านรัฐไอดาโฮและรัฐเวสต์เวอร์จิเนียระบุว่า กฎหมายนี้มีขึ้นเพื่อรักษาความยุติธรรมและความปลอดภัยในการแข่งขันสำหรับผู้หญิงและเด็กผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตรงข้ามและนักวิจารณ์มองว่า มาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการขัดขวางสิทธิของคนข้ามเพศในอเมริกา.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



