เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้อง กรณีที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วย น.ส.อัจฉรา แสงขาว ทนายความของ นางจตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย ได้ยื่นคำร้องให้ศาลเพิกถอนประกัน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” จำเลย ในคดีฉ้อโกงเงินจำนวน 71 ล้านบาท ภายหลังศาลอาญาเคยมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว แต่ทนายตั้ม กลับให้สัมภาษณ์พาดพิงพยานสำคัญในคดีนี้

โดยช่วงเช้าวันนี้ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พร้อมด้วย น.ส.อัจฉรา แสงขาว ทนายความได้เดินทางมาศาล โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพียงสั้นๆ ว่า จะขอชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดหลังการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว

ต่อมา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ได้เดินทางมาศาล พร้อมกล่าวกับสื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นการไต่สวนตามนัดของศาล โดยตนได้ยื่นคำคัดค้านไว้แล้ว และจะยื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อศาลอีกด้วย

นอกจากนี้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของรายการสนธิทอล์ค ได้เดินทางมาศาลอาญา เพื่อร่วมฟังการไต่สวนถอนประกัน “ทนายตั้ม” ด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 10.20 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ น.ส.อัจฉรา แสงขาว ทนายความของเจ๊อ้อย ลงมาจากห้องพิจารณา 710 พร้อมกับให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

โดยนายสนธิ กล่าวสั้นๆ ว่า ขอมอบหมายเรื่องนี้ ให้นายปานเทพ และ น.ส.อัจฉรา หรือทนายปุย เป็นผู้ให้รายละเอียด จากนั้นจึงได้ขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ

ด้านนายปานเทพ เปิดเผยว่า วันนี้ตนมาสังเกตการณ์แทน “เจ๊อ้อย” ตอนแรกคาดว่าตนเองอาจจะต้องเป็นพยาน แต่ปรากฏว่าศาลได้สอบถามเรื่องข้อเท็จจริงว่าได้มีการพูดเหมือนข้อความที่ได้ระบุในคำร้องหรือไม่ แล้วนายษิทรา จำเลยรับว่าได้พูดจริง แต่ไม่มีเจตนาจะดูหมิ่นศาล ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อจำเลยรับตามข้อเท็จจริงแล้ว ดังนั้นไม่มีเหตุให้ไต่สวนอะไรอีก และศาลจะมีคำสั่งในช่วงบ่ายวันนี้

“เป็นเรื่องที่ศาลไม่ต้องการคำอธิบายอื่น เพราะมีข้อความปรากฏขึ้นจริงในศาล และมีการพูดจริงในการแถลงข่าว หลังจากนั้นยังได้มีการพูดออกสื่ออีกหลายครั้ง ศาลจะนำข้อความเหล่านั้นมาวินิจฉัย เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าฝ่ายเราเป็นผู้เสียหาย ซึ่งสามารถไปฟ้องหมิ่นประมาทเองได้ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาล กระบวนการยุติธรรม ที่มีการทำให้สาธารณะเข้าใจว่าไม่ยุติธรรม เรื่องนี้ร้ายแรงมาก เป็นเรื่องที่ศาลต้องพิจารณาว่าศาลเสียหายหรือไม่ ควรจะมีมาตรการอย่างไร เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไปสำหรับคดีอื่นๆ ด้วย” นายปานเทพ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายษิทรา ได้ยื่นหลักฐานให้ศาลพิจารณาเพิ่มเติมต่ออีกหรือไม่ นายปานเทพ กล่าวว่า ไม่มีอะไรเลย หลักฐานดังกล่าวเป็นเพจของตนเอง ที่บอกว่าสำนักข่าวปานเทพ ซึ่งตนก็เปิดเผยมาตลอด ไม่มีอะไรปกปิดและพูดตามความจริง ไม่มีอะไรน่ากังวล

ด้าน น.ส.อัจฉรา กล่าวว่า จะรอฟังคำสั่งศาลในช่วงบ่ายเพราะว่าข้อเท็จจริงในคดีนี้ รับกันได้ทั้งสองฝ่ายแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีการไต่สวนอีก และพยานหลักฐานที่เรายื่นไปมีความเพียงพอแล้ว ส่วนศาลอาญาจะมีคำสั่งอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ

ด้าน นายษิทรา หรือ “ทนายตั้ม” เปิดเผยว่า ศาลไม่ได้มีการสั่งสืบพยานเพิ่มเติมแต่อย่างใด ศาลดูจากภาพข่าวว่ามีการพูดอะไรอย่างไร ซึ่งตนเองก็ได้มีการอธิบายและรับว่าพูดจริงในห้องพิจารณาวันที่ศาลมีคำพิพากษา แต่บางทีสื่อนำข้อความไปลง โดยไม่ได้อยู่ในห้องพิจารณา อาจจะมีความคลาดเคลื่อนได้ ทั้งนี้ศาลมองว่าข้อเท็จจริงเพียงพอแล้ว ตนเองจึงขอออกไปรับลูก ก่อนจะขอศาลมาเซ็นรายงานพร้อมกับฟังคำสั่งช่วงบ่ายวันนี้.