เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่อาคารรัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนและพูดคุยกับชาวบ้าน ว่า ชาวบ้านทั้งหมดที่มาดีใจน้ำตาไหล สิ่งที่เราทำทั้งหมดเพื่อที่ต้องการแยกพื้นที่ต่างๆ ให้เห็นได้อย่างชัดเจน ว่าพื้นที่ไหนเป็นของชาวบ้าน หรือพื้นที่ไหนเป็นของกลุ่มทุน ซึ่งเราต้องทำคู่ขนานไปพร้อมๆ กัน
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ตนได้ให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน นำป้ายไปติดประกาศให้พื้นที่ไหนที่มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำพื้นที่อุทยานฯ ให้รื้อถอนภายใน 15 วัน ซึ่งยืนยันว่าสั่งรื้อเลย เพื่อเป็นการตอบข้อสงสัยทั้งหมดให้กับนักอนุรักษ์ รวมถึงมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้ชัดเจนว่าเราไม่ได้ปกป้องกลุ่มทุน ซึ่งเสียงสะท้อนจากชาวบ้านก็ขอความเห็นใจจากกลุ่มผู้อนุรักษ์ว่าในความเป็นจริง พื้นที่ที่เป็นประเด็นอยู่ เป็นถนนคอนกรีตหมดแล้ว มีวัด มีโรงเรียน ตนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ 2 วันติด ซึ่งทุกพื้นที่เป็นบ้านเรือนหมดแล้ว ขณะที่พื้นที่ที่เป็นป่าทับลานนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ยกให้ชาวบ้าน ที่มีเนื้อที่ประมาณ 1,400,000 ไร่
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า กรณีที่บุคคลมาตำหนิ รมว.ทส. ชูป้ายต่อว่าทำไมไม่ใช้เส้นสำรวจปี 2543 ตนก็ชี้แจงไปว่า เส้นสำรวจนี้อนุมัติตั้งแต่ปี 2564 ช่วงเดือนมีนาคม จำนวนประมาณ 260,000 ไร่ และช่วงที่ตนเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ก็เซ็นอนุมัติไปคร่าวๆ ประมาณ 150,000 ไร่ เพราะกลุ่มที่มีปัญหามากที่สุด คือกลุ่มที่ 4 พื้นที่ที่ยังมีข้อสงสัย ตนไม่ได้ยกพื้นที่ให้ และก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ไปตามจับรีสอร์ทต่างๆ ที่สร้างล้ำพื้นที่ป่า กลุ่มเหล่านี้เราต้องรอการพิสูจน์สิทธิก่อน จึงเป็นเหตุให้ชายคนดังกล่าวมาท้วงติงตนในเรื่องนี้
“เขาพยายามชูป้ายว่า ทำไมไม่เอาเส้นสำรวจปี 43 ซึ่งที่จริงมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีทั้งหมด 5 กลุ่มอยู่แล้ว มันก็เส้นทั้งหมดปี 43 แต่กลุ่มที่มีปัญหามากที่สุด เราก็ยังชะลอการพิจารณาไว้ก่อน เพื่อรอการพิสูจน์สิทธิชาวบ้านจริงๆ ก่อน ส่วนบุคคลอื่นที่เป็นกลุ่มทุน ก็ต้องยอมรับว่ามีเงินทุนเป็นหลายร้อยล้าน ทำไมไม่ซื้อที่ที่ถูกต้อง จะมาเอาที่ป่าที่เขาที่อุทยานมาทำรีสอร์ททำไม เอาของฟรีของถูกแล้วมาลงทุนแบบนี้มันไม่ถูกต้อง เอาเปรียบสังคม” นายสุชาติ กล่าว



