สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ว่า เบสเซนต์กล่าวว่า ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดต่อเอไอ คือ การที่จีนนำหน้าสหรัฐ พร้อมกับเสริมว่า ความเต็มใจของจีนที่จะหารือเกี่ยวกับเอไอ เน้นย้ำถึงความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีของอเมริกา

“ผมเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบหลักด้านนโยบายเอไอของเรา และในแง่ของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน ซึ่งผมบอกได้เลยว่า เหตุผลที่จีนเต็มใจหารือเกี่ยวกับเอไอ เป็นเพราะเราก้าวหน้ามากกว่า ดังนั้น เราจึงต้องรักษาความเป็นผู้นำต่อไป” เบสเซนต์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ สหรัฐและจีนตกลงที่จะจัดการหารืออย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการกำกับดูแลเอไอ ภายหลังการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนที่แล้ว

รัฐบาลของทรัมป์กำหนดให้การแข่งขันกับจีน เป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ด้านเอไอ โดยให้ความสำคัญกับการเป็นผู้นำของสหรัฐในด้านนี้ แม้ความกังวลเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลและการเลิกจ้างงาน จะทวีความรุนแรงขึ้นภายในประเทศก็ตาม

อีกด้านหนึ่ง นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาว่า ในฐานะสองมหาอำนาจด้านเอไอ จีนและสหรัฐจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและปรับปรุงการกำกับดูแลเอไอ เพื่อทำให้มั่นใจว่า เอไอจะมีส่วนช่วยต่อความก้าวหน้าของอารยธรรมมนุษย์  และประโยชน์ส่วนรวมของประชาคมระหว่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS