สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ว่าพล.ต. โมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาของอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า สหรัฐเป็นฝ่ายละเมิดบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) ซึ่งลงนามร่วมกัน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา ด้วยการยังคงปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาค และสร้างความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ สหรัฐพยายามผลักดันให้เรือบรรทุดสินค้าใช้เส้นทางเดินเรือด้านใต้เลียบชายฝั่งโอมาน ขณะที่อิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต ต้องการให้เรือใช้เส้นทางด้านเหนือผ่านน่านน้ำภายใต้การควบคุมของตน
ขณะที่นายอิบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า การฝ่าฝืนคำสั่งของอิหร่านเกี่ยวกับการเดินเรือ จะเผชิญกับมาตรการตอบโต้ขั้นเด็ดขาด
Iran condemns the US strikes as a violation of the UN Charter and calls on Gulf states to prevent their territory from being used. Tehran also insists its military capabilities remain intact and considers the Strait of Hormuz a key deterrent.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) June 27, 2026
Al Jazeera’s Resul Serdar reports. pic.twitter.com/wwvB3rxrRU
ท่าทีดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเตหะรานเกิดขึ้น หลังกองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีแหล่งจัดเก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงสถานีเรดาร์ชายฝั่ง ในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกสินค้า “เอเวอร์ เลิฟลี” ติดธงชาติสิงคโปร์
ด้านแถลงการณ์โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ( ไออาร์จีซี ) ระบุว่า มีการโจมตีฐานที่ตั้งทางทหารของสหรัฐในตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีดังกล่าว พร้อมเตือนว่า หากสหรัฐเปิดฉากโจมตีอีก การตอบโต้ของอิหร่านจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม และย้ำว่า เอ็มโอยูที่ลงนามร่วมกัน กำหนดให้อิหร่านมีอำนาจควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



