สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต้อนรับนายมาร์ค รึตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่ทำเนียบขาว
การเยือนสหรัฐของรึตเตอครั้งนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างนาโตกับสหรัฐ ซึ่งเป็นสมาชิกแถวหน้าและผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุด จากการที่ทรัมป์กล่าวหาอีกฝ่ายมาตลอด ว่าไม่เคยช่วยเหลือสหรัฐอย่างเพียงพอในการทำสงครามกับอิหร่าน ทำให้การจัดการกับความไม่พอใจของผู้นำสหรัฐที่มีต่อนาโต กลายเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของรึตเตอโดยปริยาย
WATCH: @SecGenNATO displays charts showing how @POTUS has influenced NATO countries to increase their defense spending, and how it's benefitting U.S. jobs, companies. pic.twitter.com/8C8xBDEYX3
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) June 24, 2026
ทั้งนี้ เลขาธิการนาโตใช้แผ่นกราฟแสดงตัวเลขงบประมาณกลาโหมของสมาชิกแต่ละประเทศ เพื่ออธิบายให้ทรัมป์เห็นและเข้าใจว่า สมาชิกนาโตเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมมากเพียงใด นับตั้งแต่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งครั้งแรกเมื่อปี 2560
นอกจากนี้ รึตเตอกล่าวว่า เครื่องบินทหารสหรัฐหลายพันเที่ยวบิน ใช้ฐานทัพในยุโรประหว่างการทำสงครามกับอิหร่าน และยกเรื่องนี้เป็นหลักฐานว่า พันธมิตรยุโรปยังคงให้การสนับสนุนทางทหารแก่สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ดูเหมือนจะยังไม่คล้อยตามทั้งหมด โดยหลายครั้งได้ขัดจังหวะรึตเตอเพื่อแสดงความเห็นต่าง แม้ยังคงกล่าวชื่นชมการทำงานของเลขาธิการนาโตก็ตาม
.@POTUS on NATO members being unwilling to help with Iran: "We were disappointed with the U.K., we were disappointed with Germany and France… Spain is terrible… but I have great respect for this man, and so we're going to be discussing what took place." pic.twitter.com/cybZhF1jVV
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) June 24, 2026
อนึ่ง ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับนาโตเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากสงครามในอิหร่าน ส่งผลให้ทรัมป์ตั้งคำถามอย่างเปิดเผยว่า สหรัฐควรยึดมั่นต่อหลักการป้องกันร่วมของนาโตต่อไปหรือไม่ และเผยหลายครั้งว่า กำลังพิจารณานำสหรัฐถอนตัวออกจากสหภาพทางทหารแห่งนี้
ด้านนายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ วิจารณ์สมาชิกนาโตหลายประเทศที่ “อาศัยประโยชน์ฟรี” จากสหรัฐ และประกาศทบทวนการวางกำลังทหารอเมริกันในยุโรปเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งอาจนำไปสู่การลดจำนวนทหารสหรัฐในภูมิภาคต่อไป.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



