สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงประเด็นการปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขตามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่ทั้งสองประเทศลงนามร่วมกัน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา ว่าเงินเหล่านั้นจะต้องเป็นการนำไปใช้ซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐเท่านั้น พร้อมทั้งวิจารณ์ว่า อิหร่านไม่เคยเลี้ยงดูประชากร 91 ล้านคน ได้อย่างเพียงพอ


ขณะเดียวกัน ทรัมป์ย้ำว่า หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง หรือหาก “ประพฤติตัวไม่ดี” สหรัฐ “จะทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ” ทั้งนี้ รองประธานาธิบดีเจ.ดี. แวนซ์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐ กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกัน ว่าเงินดังกล่าวต้องเป็นการนำไปใช้ซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐ อาทิ ถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลี เท่านั้น


อย่างไรก็ตาม นายอับโดลนาเซอร์ เฮมมาตี ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานไม่ได้มีข้อผูกมัดใดก็ตามกับสหรัฐ ในการต้องซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากอีกฝ่าย ภายใต้กรอบเอ็มโอยู


อนึ่ง รูปแบบดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับข้อตกลงในสมัยรัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อปี 2566 ซึ่งมีการโอนเงินอิหร่านจากบัญชีที่ถูกอายัดในเกาหลีใต้ เพื่อแลกกับการปล่อยตัวชาวอเมริกัน 5 คน ที่ถูกควบคุมตัวในอิหร่าน โดยเงินดังกล่าวสามารถใช้ได้เฉพาะการซื้อสินค้าเพื่อมนุษยธรรม เช่น อาหาร ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และยาเท่านั้น และทุกธุรกรรมต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของกระทรวงการคลังสหรัฐ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS