วานนี้ (15 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์บูรณะงานศิลปะที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องตกตะลึงเพราะความพิลึกพิลั่นที่โบสถ์คริสต์ในเมืองคาร์โม โด คาจูรู ประเทศบราซิล เมื่อไม่นานมานี้
หลังจากรูปปั้นทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพสักการะซึ่งจำลองฉากการตรึงกางเขนของพระเยซู ณ อนุสรณ์สถานคัลวารี บนจัตุรัสสาธารณะปราซา โด ครูเซโร ทรุดโทรมลงจนคริสตจักรท้องถิ่นตัดสินใจว่าจ้างช่างมาบูรณะซ่อมแซม แต่กลับโดนช่างสีสมัครเล่นแปลงโฉมใหม่จนมีสภาพไม่ต่างจากตัวการ์ตูนที่แต่งหน้าจัดเกินพอดี
ภาพของรูปปั้นที่ผ่านการบูรณะเผยให้เห็นพระแม่มารีและพระเยซูในสภาพที่มีคิ้วโก่ง ตาโปน ขนตาหนาทึบ และริมฝีปากสีแดงสด ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนว่าเป็นการกระทำที่ไร้รสนิยม ขัดต่อความศรัทธา และทำลายมรดกทางวัฒนธรรมจนต่อมา ภาพดังกล่าวได้กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์
As esculturas do Monumento do Calvário de Jesus, em Carmo do Cajuru, no Centro-Oeste de Minas Gerais, se tornaram alvo de críticas após uma intervenção que alterou a aparência original das imagens religiosas.
— Jornal O Sul (@OSul_noticias) June 13, 2026
➡️https://t.co/jlF3IIpUMq pic.twitter.com/Icxa5smaQt
การบูรณะที่กลายเป็นทัศนะอุจาดนี้ทำให้มีผู้ร้องเรียนเข้ามายังโบสถ์อย่างไม่ขาดสาย ส่งผลให้ทางเขตศาสนจักรนอสซา เซนโญรา โด คาร์โม และสภาอภิบาลท้องถิ่น ต้องรีบสั่งระงับและดำเนินการลอกสีที่ทาใหม่ออกทั้งหมดภายในวันเดียวกัน เพื่อคืนสภาพรูปปั้นดั้งเดิมที่ใช้เพียงสีขาวล้วน โดยไม่มีการวาดหน้าตาลงไป พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ยอมรับความผิดพลาด แต่ขอปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อช่างทาสีรายนี้ ด้วยเหตุผลด้านจริยธรรม
ปัจจุบัน ทางคริสตจักรได้ประกาศตามหาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองด้านการบูรณะศิลปะศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะเพื่อเข้ามาดูแลงานนี้อย่างถูกต้อง ขณะที่ทางสภาเมืองได้ออกมาเน้นย้ำว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับโครงการนี้ เนื่องจากเป็นการดำเนินการของทางโบสถ์เอง
เหตุการณ์บูรณะสุดพังในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นและโด่งดังไปทั่วโลกมาแล้วในปี 2555 ในกรณีของภาพวาดพระเยซู “Ecce Homo” ที่เมืองบอร์ฆา ประเทศสเปน ซึ่งคุณยายวัย 81 ปีได้ช่วย “ซ่อมแซม” ภาพด้วยการวาดหน้าตาบุคคลในภาพลงไปเสียใหม่จนกลายเป็น “พระเยซูหน้าลิง”
แต่กรณีของสเปนนั้นกลับพลิกผันไปในทางที่ดี โดยภาพที่ถูกบูรณะจนผิดเพี้ยนจนกลายเป็นเรื่องขำขันนั้น กลับเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างน่าอัศจรรย์
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : dailymail.com
เครดิตภาพ : Instagram / portalonenews



