กลายเป็นประเด็นดราม่าภาคต่อที่สังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด สำหรับโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ที่นอกจากเรื่องความสูญเสียแล้ว ยังมีกระแสจับตาชายแต่งกายคล้ายชุดทหารเต็มยศรายหนึ่ง ที่ปรากฏตัวคอยเดินประกบลักษณะคล้ายรายงานสถานการณ์ให้กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในคืนเกิดเหตุ แถมยังให้สัมภาษณ์สื่อเป็นตุเป็นตะ จนกระทั่งชาวเน็ตพากันขุดคุ้ยประวัติและแฉว่า ชายคนดังกล่าวเป็นเพียงอดีตผู้สมัคร สก. และเป็นจิตอาสา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านดับเพลิงที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานโดยตรงในเหตุการณ์นั้น แต่อย่างใด

ล่าสุดอดีตตลกชื่อดัง “จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม” ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยโพสต์ภาพและข้อความตั้งคำถามกลับไปยังสังคมโซเชียลที่กำลังรุมถล่มและล้อเลียนชายคนดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุเนื้อหาใจความสำคัญไว้ว่า

“อันนี้ถามเฉยๆ นะ ที่กำลังคุ้ย ค้นประวัติ คนที่ใส่ชุดคล้ายทหาร ที่เหตุเพลิงไหม้ที่ลาดพร้าว
ข้อที่ 1 เขาทำผิดกฎอะไร
ข้อที่ 2 เขาทำลายวัตถุพยานหรือไม่
ข้อที่ 3 เขาก้าวล่วง ก้าวก่าย ขัดขวาง การทำงานในส่วนไหนของการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ข้อที่ 4 เขาได้ลักทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมในการเป็น ผู้ร้ายหรือไม่ หรือแค่เขาแต่งกายแบบนั้นทุกท่านจึงสงสัย
ไม่ผิดที่สงสัย แต่อย่าลืมให้เกียรติกันหน่อยเนอะ จะแต่งกายแบบไหน หรืออะไรก็ได้ ถ้ามีจิตสาธารณะ จิตอาสา ไม่ใช่จิตอาชีพ ก็ไม่น่าจะผิด เปิดใจให้กว้าง และดูที่เจตนากันเถอะครับ โลกจะน่าอยู่ขึ้น เขาอาจมีใจอยากช่วย เพียงแต่ต้นสังกัดไม่ชัดเจน เลยกลายเป็นเรื่องสงสัยให้ถากถาง ทับถม ล้อเลียน บางทีก็น่าคิดว่าจิตของเขาอาจสูงกว่าคนสงสัยก็เป็นไปได้นะ.ทีโพ ปล.ผู้มากความรู้ช่วยตอบข้อข้องใจให้ผมด้วยนะครับ” ไม่เพียงแค่โพสต์ข้อความเท่านั้น ทางด้าน จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม ยังได้เข้ามาคอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์ดังกล่าว โดยการแนบภาพเอกสารสำคัญเพื่อยืนยันตัวตนและความรู้ความสามารถของชายชุดทหารรายนี้อีกด้วย


งานนี้หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ไปแล้วนั้น ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย อาทิ “ต้องดูที่เจตนาครับ 1.คืออยู่ในที่เกิดเหตุตอนเกิดเหตุจริงๆ รึป่าวหรือแค่เข้าไปหิวแสง 2.การเข้าไปแบบนั้นตอนจนท.มาเป็นการขัดขวางรึป่าว 3.ไปให้ข้อมูลที่ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จกับนายกฯ ซึ่งตัวเองก็ไม่เกี่ยวกับจนท.อะไรเลย 4.การแต่งกายไม่มีใครว่าหรอกครับแต่มันเป็นการแต่งกายคล้ายจนท.ซึ่งอาจจะทำให้คนสับสนเข้าใจผิด ต่างๆ นานา และสุดท้ายไม่มีใครว่าหรอกครับที่เป็นจิตอาสา แต่คุณต้องดูสถานการณ์ด้วยทั้งคำพูดคำจาที่ให้สัมสื่อไป ที่ให้ข้อมูลไป มันจริงเท็จแค่ไหน งั้นต่อไปถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก คนทั่วไปที่แต่งกายเหมือนจนท.ไรสักอย่างก็เข้าไปได้สบายๆ เลยสิครับ จนท.ทุกคนถูกฝึกมา แต่คนนี้เค้าได้ฝึกมารึป่าวก็ไม่รู้นะครับ”,
“ในส่วนที่น่าชื่นชมก็น่าชื่นชมครับ เกี่ยวกับความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับอัคคีภัยที่บุคคลในภาพบอกต่อนักข่าว แต่ในส่วนที่สมควรตักเตือน ก็ต้องตำหนิให้เขารู้ตัวบ้างครับ เกี่ยวกับตามติดนายกฯ แล้วให้ข้อมูลแบบวิเคราะห์เองเออเองเป็นตุเป็นตะ ซึ่งก็เข้าใจในส่วนเจตนาดีครับ แต่ก็ต้องมีขอบเขตมีลิมิต ไม่ใช่วิเคราะห์สถานการณ์เป็นตุเป็นตะแบบเออเองในหลายๆ ช่วง ทั้งนี้ทั้งนั้น บุคคลดังกล่าวก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไร แต่ก็นั่นแหละครับ ควรมีขอบมีเขตครับ อย่าให้มันมากไป”,
“ก่อนอื่นพี่ต้องวิเคราะห์ภาพรวมครับ ถ้าปล่อยปละละเลย อาจจะมีผลเสีย 1.แอบอ้างไปเรื่อยเพื่อหลอกอะไรใครบางคน 2.ถ้าเป็นคนที่จิตใจไม่ดีล่ะอาจลอบทำร้ายนายกฯ ได้ 3.ไม่ใช่หน้าที่ ไม่มีสังกัด ไม่มีความเกรงใจ 4.อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้ครับ”, “มือไม่พายครับ”, “อันนี้เห็นด้วย”, “เดินข้ามเส้นกั้นเอง เดินตามเขาเข้าไปในซีน ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ จนท.ให้สัมภาษณ์ข้อมูลต่างๆ จากมุมมองตัวเอง ที่ไม่ได้เป็น official สิ่งเหล่านี้ ถูกแล้วหรือไม่ ?” เป็นต้น

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม



