สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่า นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวถึงการที่สหรัฐและอิหร่านลงนามร่วมกันแล้วในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่า “หากสหรัฐไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีของตน ก็ไม่มีทางที่อิหร่านจะปฏิบัติตามพันธกรณีเช่นกัน”
ทั้งนี้ เอ็มโอยูฉบับดังกล่าวมีทั้งสิ้น 14 ข้อ มีถ้อยคำประมาณ 800 คำ ในแบบภาษาอังกฤษ เป็นกรอบข้อตกลงที่มุ่งยุติสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร แลกกับข้อจำกัดด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน และนำไปสู่การจัดทำข้อตกลงสันติภาพถาวรภายใน 60 วัน
อย่างไรก็ตาม กาลีบาฟกล่าวว่า สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่ไม่น่าไว้วางใจ ต่อให้มีข้อตกลงฉบับสุดท้ายร่วมกัน และผ่านการรับรองจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) แล้วก็ตาม
Iran's Ghalibaf:
— Clash Report (@clashreport) June 17, 2026
My pessimism and distrust toward the United States is greater than anyone else's.
Even if there is a final agreement and it is approved by a United Nations Security Council resolution, it is still not trustworthy. Our guarantee is Iran’s power. pic.twitter.com/8HF1gIJlnX
ขณะที่รัฐบาลปากีสถานในฐานะคนกลาง ยืนยันว่า ข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้วอย่างเป็นทางการ และจะมีการจัดพิธีลงนามอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. นี้ โดยรายงานจนถึงตอนนี้ ระบุว่า กาลีบาฟจะเป็นผู้แทนของฝ่ายอิหร่าน ในการลงนามอีกครั้งร่วมกับรองประธานาธิบดีเจ.ดี.แวนซ์ ของสหรัฐ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



