เมื่อวันที่ 17 ก.ค. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึง กระทรวงสาธารณสุขจะเปิดรับสมัครบุคคลเข้าอบรมเพื่อจ้างเป็นอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) 7,256 อัตรา แต่พยาบาลวิชาชีพในกระทรวงสาธารณสุข ยังเป็นลูกจ้างชั่วคราวกว่า 7,000 คน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างว่า ยืนยันว่าการเปิดรับสมัคร อสพ.ไม่ได้เป็นการจ้างเพื่อปฏิบัติทดแทนพยาบาลวิชาชีพ แต่จะมาเป็นกำลังเสริมของทีมสุขภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการสนับสนุนการปฏิบัติงานที่จำเป็นอย่างต่อเนื่องในการดูแลประชาชนในชุมชน ซึ่งไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบจำนวนการจ้างระหว่างกันได้ อสพ.มีภารกิจหลักในการดูแล 4 กลุ่ม คือ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงและผู้มีภาวะพึ่งพิง, ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs), แม่และเด็ก และผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด เพื่อให้เกิดการดูแลในชุมชนอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ

นายพัฒนา กล่าวว่า สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกจากผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทั่วไป อายุไม่เกิน 65 ปี อบรม 240 ชั่วโมง ปริญญาตรีด้านสุขภาพ อายุไม่เกิน 65 ปี อบรม 120 ชั่วโมง และวิชาชีพสุขภาพที่มีใบอนุญาต เช่น พยาบาล เวชกรรม หรือสาธารณสุขชุมชน อายุไม่เกิน 70 ปี อบรม 30 ชั่วโมง  จากคณะอนุกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ที่มีตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ร่วมพิจารณาคุณสมบัติ และมีการประเมินผลทุกปี โดยผู้ที่มีผลการประเมินอยู่ใน 10% แรกจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น โอกาสศึกษาต่อในสาขาพยาบาล ส่วนผู้ที่ผลประเมินอยู่ในเกณฑ์ 10% ท้าย จะได้รับการเตือน เมื่อครบการจ้าง 2 ปี จะยุติการจ้าง จึงไม่ใช่ตำแหน่งที่ผูกติดกับบุคคลใด ถือว่ากระบวนการคัดเลือกและประเมินผลยึดหลักคุณภาพและความโปร่งใสเป็นสำคัญ

นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลของพยาบาลวิชาชีพในระบบสาธารณสุขที่ยังไม่ได้รับการบรรจุนั้น ยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการกำหนดแนวทางและมีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบในหลายมิติ โดยได้เร่งแผนบรรจุบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลวิชาชีพกว่า 5,842 อัตรา เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพและลดสัดส่วนพยาบาลที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว/รายวัน โดยเป็นการบรรจุพยาบาลวิชาชีพ จำนวน 4,525 อัตรา ได้ให้หน่วยงานเร่งรัดการบรรจุให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2569 ขณะนี้หลายหน่วยงานดำเนินการบรรจุไปแล้วกว่า 40%

นอกจากนี้ยังมีที่ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ คือ ขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ จำนวน 8,642 อัตรา โดยหารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ. ซึ่งมีความคืบหน้าในทิศทางที่ดี โดยสำนักงาน ก.พ. ได้ขอให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทำข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เช่น ข้อมูลการกระจายอัตรากำลังพยาบาลวิชาชีพในเขตสุขภาพ สถิติการผลิตและสูญเสียพยาบาลในระยะ 5 ปี รวมถึงการปรับปรุงกำหนดตำแหน่งและการกำหนดระดับที่สูงขึ้นของสายงานพยาบาลวิชาชีพ.