เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่รัฐสภา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวในเวทีเสวนา “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.” ว่า สิ่งที่พยานมาพูดแต่ละคน ตนเคยได้ยินมาบ้างแต่ไม่ละเอียดเท่านี้ และไม่คิดว่าจะถึงขนาดนี้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นข้อมูลวันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่บอกให้ กกต. ชุดปัจจุบันรู้ว่า หากตัดสินอย่างตรงไปตรงมา วินิจฉัยโดยไม่สุจริต เอื้อต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่มีที่ยืนในสังคม วันนี้ทำให้เห็นเส้นเรื่องซึ่งมีความผิดพลาดตั้งแต่เริ่มต้นในการออกแบบของ กกต. การระดมคนไปสมัคร การเลือกไขว้ การจัดหาค่าเดินทาง ค่าที่พักการจัดเลี้ยง การทำโพย การนัดประชุม ทั้งหมดเป็นภาพของเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศนี้ ไม่ควรเกิดขึ้นในระบบเลือก สว. และในฐานะที่ตนเคยเป็นอดีต กกต. เห็นความผิดทั้งหมด 8 กรณี และหาก กกต.เห็นว่ามีหลักฐานเหล่านี้อยู่แล้ว แต่กกต.ยังบอกไม่ผิด กกต.ก็เตรียมย้ายที่อยู่ด้วย กรณีแรก คือการจ้างสมัครหรือออกค่าสมัคร เพราะเป็นการให้ประโยชน์ให้คนๆ นั้นมาโหวตหรือให้คะแนน

นายสมชัย กล่าวอีกว่า กรณีที่ 2 การจัดเลี้ยง การจัดหาที่พัก ค่าเดินทาง ซึ่งมีการพูดถึงชื่อโรงแรมปทุมธานีเพลส กรุงศรีริเวอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือว่าผิดทั้งหมดเพราะเป็นการสัญญาว่าจะให้ เพราะทั้งหมดถือว่าเป็นเงิน แม้แต่กาแฟแก้วเดียวก็ยังเลี้ยงไม่ได้ กรณีที่ 3 คือการพูดว่าจะมีการแลกเปลี่ยนคะแนนกัน ซึ่งจริงๆ แล้วไม่น่าจะผิด แต่ศาลฎีกาชี้แล้วว่าผิด กรณีที่ 4 เสนอประโยชน์ เช่น เป็นโหวตเตอร์ แล้วจะให้ตำแหน่ง เช่น ตำแหน่งผู้ช่วย สส. สว. ซึ่งถือว่าเป็นการสัญญาว่าจะให้ กรณีที่ 5 จัดตั้งเป็นคณะบุคคล วางแผนดำเนินการ มีกระบวนการการจัดการเพื่อให้เกิดคะแนนเสียง กรณีที่ 6 การมีโพย ถ้าจดว่าจะเข้าไปเลือกใคร เบอร์อะไร จริงๆ แล้วสามารถทำได้เพราะคงไม่มีใครมีสมองจะไปจดจำได้ทั้งหมด ซึ่งอาจจะเรียกอีกอย่างว่าโน้ต แต่หากเป็นโพยสำเร็จรูปมีการเตรียมพร้อมมาก่อน เท่ากับมีกระบวนการจัดการเกิดขึ้น แบบนี้ถือว่าผิด
กรณีที่ 7 คนที่ได้คะแนนตามโพยผิดหรือไม่ ตนมองว่าไม่ผิด ตราบใดที่ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการ แต่หากพิสูจน์ได้ก็ถือว่ามีความผิด และกรณีที่ 8 สส. พรรคการเมืองที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการฮั้ว สว. ถือว่ามีความผิด ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นกระบวนการที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ก็จะถึงขั้นยุบพรรค.



