เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล นางสนอง พลวิเศษ ชาวบ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง พร้อมนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ ดร.ณัฏฐ์ ทนายความส่วนตัวของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางมายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เนื่องจากกรณี ถูกนิคมสร้างตนเอง จังหวัดระยอง โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันกระทำจงใจ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและกระทำคุกคาม กดขี่ข่มเหง ทำให้เกิดความหวาดกลัวให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต กระทบต่อความเป็นอยู่และกระทบต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในที่ดินของตนเอง ที่ผ่านการพิสูจน์สิทธิและตรวจสอบแล้ว ว่า เป็นที่ดินของนางสนอง โดยนายสว่างพงศ์ เมธีกุล ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองในขณะนั้น แจ้งผลการตรวจสอบให้ทราบแล้ว แต่เมื่อนางกชพรรณ จริยธรรม เข้ามาดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2568 ถึงปัจจุบัน บิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่แจ้งผลการตรวจพิสูจน์ที่ดินของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ที่หนังสือแจ้งผลการตรวจสอบที่ดินว่านางสนอง เป็นผู้ครอบครองที่ดินและทำประโยชน์ทั้งแปลง แต่นางกชพรรณ กลับระบุว่าจะยึดที่ดินและทำบันทึกถ้อยคำแบ่งแปลงที่ดินให้ นายกฤษดา โชติวาณิชกุล นักการเมืองท้องถิ่น และอดีตนายก อบต.แห่งหนึ่ง โดยทำนิติกรรมแบ่งที่ดินกึ่งหนึ่งด้านติดคลองให้แก่นายกฤษดา โชติวาณิชกุล และแจ้งว่า ไม่ต้องมาติดต่อนิคมสร้างตนเองระยอง 5 ปี ทำให้นางสนอง เข้าใจโดยสุจริตว่า ตนจะถูกยึดที่ดิน เพราะขาดความรู้ความเข้าในกฎหมายจัดที่ดิน
นางสนอง กล่าวว่า ต่อมาวันที่ 3 ก.ค. 2569 ผู้ปกครองนิคมจังหวัดระยอง ออกหนังสือห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินของตนเอง และปักป้ายทับซ้อนเป็นที่ดินส่วนบุคคลห้ามบุกรุก ต่อมาในวันที่ 15 ก.ค. 2569 ตนยื่นหนังสือคัดค้านการออกคำสั่งชอบด้วยกฎหมายแต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ของนิคมสร้างตนเอง ประวิงการรับหนังสือ จึงมายื่นหนังสือขอให้นายกฯ ช่วยเหลือ เพราะตนถูกรังแก จนไม่มีที่ดินทำกิน ย้ำว่าตนไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขในการเข้าทำประโยชน์ โดยหลังจากนี้ตนจะเดินทางไปกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อให้ดำเนินคดีดังกล่าวกับผู้เกี่ยวข้องในความผิดอาญาต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการต่อไป.



