จากกรณีการตรวจสอบขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นและพบเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขกระดาษคำตอบ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. นายมนัส สุวรรณรินทร์ รอง ผวจ.นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการจัดทำ TOR (ขอบเขตงาน) ที่ใช้ในการดำเนินการสอบ
นายมนัส ระบุว่า ตนเองเป็นหนึ่งในบุคลากรสำคัญที่ร่วมร่าง TOR ฉบับดังกล่าว และเชื่อว่าหากทุกฝ่ายปฏิบัติตาม TOR อย่างเคร่งครัด จะสามารถป้องกันการทุจริตได้ แต่หากมีการละเมิดขั้นตอนหรือเกิดการทุจริตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอง ก็จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยังตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารกระดาษคำตอบที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ อาจไม่ใช่กระดาษคำตอบต้นฉบับ แต่เป็นเอกสารที่พิมพ์ออกมาจากไฟล์ PDF ซึ่งถูกสแกนเก็บไว้ระหว่างกระบวนการตรวจข้อสอบตามที่ TOR กำหนด โดยเครื่องตรวจข้อสอบจะต้องสามารถสแกนและบันทึกภาพกระดาษคำตอบไว้ได้ทันที พร้อมจัดเก็บข้อมูลลงในฮาร์ดดิสก์ส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
นายมนัส ระบุอีกว่า หากมีการแก้ไขคะแนน อาจเริ่มจากการนำสำเนากระดาษคำตอบที่พิมพ์จากไฟล์สแกนมาแก้ไขให้สอดคล้องกับเฉลย ก่อนจะดำเนินการกับกระดาษคำตอบต้นฉบับ โดยย้ำว่าเป็นเพียงข้อสังเกตจากกระบวนการที่กำหนดไว้ใน TOR ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์เอกสารหรือการดำเนินการดังกล่าว เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงการเข้าถึงชุดคำเฉลยข้อสอบจำนวน 87 ชุด ซึ่งตาม TOR กำหนดให้มหาวิทยาลัยผู้รับผิดชอบการสอบเป็นผู้เก็บรักษาไว้เป็นความลับแต่เพียงฝ่ายเดียว ขณะที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ จึงเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ต้องมีการตรวจสอบว่าเอกสารคำเฉลยรั่วไหลออกมาได้อย่างไร

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์ นายมนัส สุวรรณรินทร์ ระหว่างเดินทางมาปฏิบัติภารกิจเป็นประธานการประชุมและประชาสัมพันธ์การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการศึกษาและจัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อม โครงการศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืช อพ.สธ. คลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนลำตะคอง แต่รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ โดยระบุเพียงว่า ไม่ต้องการให้เรื่องดังกล่าวขยายวงกว้างไปมากกว่านี้ พร้อมแนะนำให้สื่อมวลชนนำข้อความที่ได้โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊ก ไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการนำเสนอข่าว

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสืบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต หากพบการกระทำผิดจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.




