เมื่อวันที่ 19 ก.ค.69 นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า

“ ทีนี้ก็เลิกด่าได้แล้วนะ ว่าดีแต่เปิด เปิดแล้วปิดไม่ได้สักเรื่อง

วันนี้ กรรมการสรรหาฯ มติเอกฉันท์ชี้ขาด นพ. สรณ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ให้ถือว่าไม่เคยรับตำแหน่ง (พูดง่ายๆคือพ้นตำแหน่ง)

แต่การชำระล้าง กสทช. ไม่ควรจบอยู่แค่กรณี นายแพทย์ สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เพราะยังมีอีกตำแหน่งที่ค้ำจุนกันมาและเป็นต้นตอของความเน่าเฟะใน กสทช. คือ ตำแหน่งรักษาการเลขาธิการ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล เพราะอยู่รักษาการมาเข้าปีนี้เป็นปีที่ 6 ทั้งๆที่วาระของเลขาธิการจริงๆ แค่ 5ปี เท่านั้น ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งจริงแต่มีอำนาจเต็ม และขัดแข้งขัดขาคนอื่นไม่ให้ขึ้นตำแหน่งมาตลอด

ปัญหาเรื่องคุณสมบัติ นายสรณ ไอซ์โพสไว้ 3-4โพส ตั้งแต่ปีที่แล้ว วันนี้เพิ่งจะได้ข้อยุติ : ลิงค์ 1

แล้วประธานที่ขาดคุณสมบัติตั้งแต่วันแรกคนนี้ก็ตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆทั้งนั้น รวมเป็นมูลค่าหลักแสนล้าน ทั้งเรื่องการเป็นเสียงชี้ขาดในการควบรวม ทรู-ดีแคท , การประมูลคลื่นความถี่ของค่ายมือถือ ที่แทบไม่มีการแข่งขัน และ คู่หูคู่บุญ ที่อยู่ทำเรื่องดีดีมาด้วยกันทั้งๆที่ไม่ควรจะอยู่ในตำแหน่งได้คือนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ไม่ได้ถูกรับรองให้เป็น เลขา กสทช. แต่ได้เป็น ‘รักษาการเลขา’ มาเข้าปีที่ 6 แล้ว!

ไม่ได้รับการคัดเลือก แต่กลับมีอำนาจเต็ม ทำทุกอย่างได้แบบคนเป็นเลขาจริงๆ แต่ไม่ต้องรับผิดรับชอบอะไรในแบบที่เลขาจริงๆ ต้องรับ เช่น การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน แต่ประธานก็ใช้อำนาจขัดขวางการสรรหาเลขาตัวจริงมาตลอด นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นใน กสทช.

สำหรับใครที่อยากทราบรายละเอียด ดิฉันเรียงไทม์ไลน์มาให้ เชิญทัศนาความ ด้านxด้าน

1 กรกฎาคม 2563 : กสทช. ชุดเก่าตั้งนายไตรรัตน์ วิริยะวิริกุล เป็นรองเลขาธิการ กสทช. และ รักษาการตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. เหตุผลที่ยังไม่สรรหาเลขาธิการคงเป็นเพราะบอร์ดชุดนั้นใกล้จะหมดวาระกันแล้วต้องการให้ กสทช. ชุดใหม่มาเป็นผู้สรรหาเลขาธิการกันเอาเอง

13 เมษายน 2565 : มีกสทช. ชุดใหม่ในขณะนั้น มี 5 คน โดย นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ นั่งเป็นประธาน

18 พฤษภาคม 2565 : กสทช. ชุดใหม่นี้ ได้เริ่มต้นกระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. โดยให้สำนักงาน กสทช. ไปร่างประกาศ/หลักเกณฑ์ การรับสมัครมาเพื่อให้บอร์ดเห็นชอบ

7 มีนาคม 2566 : หลังจากผ่านไปเกือบ 1 ปี มีการประชุมนัดพิเศษ (5/2566) สรณ ประธาน กสทช. แจ้งต่อที่ประชุมบอร์ดว่า “สำนักงาน กสทช. อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประธาน กสทช. และมีเลขาธิการ กสทช. รับผิดชอบการปฏิบัติงานของสำนักงาน กสทช. ขึ้นตรงต่อประธาน กสทช. ประกอบกับประธาน กสทช. โดยความเห็นชอบของ กสทช. เป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนเลขาธิการ กสทช.

ดังนั้น ประธาน กสทช. จะพิจารณาออกประกาศของประธาน กสทช. เพื่อรับสมัครคัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. โดยพิจารณาคัดเลือกบุคคลผู้มีคุณสมบัติ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์อันจะยังประโยชน์แก่กิจการ กสทช. และสำนักงาน กสทช. โดยวิธีการแสดงวิสัยทัศน์และสัมภาษณ์ ก่อนเสนอต่อ กสทช. ให้ความเห็นชอบต่อไป”

(ประธานจัดการทุกอย่างเอง ได้คนมาแล้วจะเอาชื่อมาให้บอร์ดเป็นตราสแตมป์เห็นชอบ/ไม่เห็นชอบ อย่างเดียว)

พอ สรณ ประธาน กสทช. แจ้งต่อที่ประชุมบอร์ดแบบนี้ ก็วงแตกเลย บอร์ดหลายคนไม่พอใจ เพราะแต่ไหนแต่ไหนมากระบวนการคัดเลือกสรรหาตั้งแต่ต้นจนจบบอร์ดทำร่วมกัน ตัดสินใจไปด้วยกัน อยู่ๆ มารวบอำนาจแบบนี้ได้ไง

17 มีนาคม 2566 : นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยังคงยืนยันว่าอำนาจนี้เป็นของตัวเอง ไม่ใช่ของบอร์ด แล้วทำการออกประกาศรับสมัครเพื่อคัดเลือก เลขา กสทช.

กระบวนการรับสมัครคัดเลือกเลขา กสทช. ของ นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ดำเนินต่อไป มีการเปิดให้ผู้สมัคร 9 คน แสดงวิสัยทัศน์ให้กับบอร์ดฟังด้วย แต่ให้ฟังอย่างเดียว ไม่มีใครมีสิทธิ์ลงคะแนนทั้งนั้น นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ให้คะแนนเองคนเดียว

17 มกราคม 2567 : นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เลือกคนที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขา กสทช. เป็นที่เรียบร้อย คือ นายไตรรัตน์ แล้วเอาชื่อนายไตรรัตน์ เข้าที่ประชุมบอร์ด เพื่อให้บอร์ดให้ความเห็นชอบ แต่บอร์ด (เสียงข้างมาก) ปัดตก ไม่เอานายไตรรัตน์

*พอบอร์ดปัดตก นายไตรรัตน์ก็ฟ้องศาลปกครอง ทำให้เริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ไม่ได้ และในระหว่างที่ยังเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ไม่ได้ ไตรรัตน์ ก็นั่งรักษาการต่อไป* ซึ่งสุดท้ายศาลยกฟ้อง คือมันตลกดีไหม บอร์ดไม่รับรองให้ตัวเองเป็นเลขา ก็เลยฟ้องศาลว่ากระบวนการไม่ถูกต้อง ทำให้ที่ผ่านมาเลือกเลขาไม่ได้ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาวิพากวิจารณ์จริงๆนะ

เขียนไว้ใน : ลิงค์ 2

คนๆ นี้คือรายต่อไปที่ต้องจัดการ เพราะก่อนหน้านายสรณจะพ้นตำแหน่ง มีการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งมโหฬารใน กสทช. ถ้าเอาคนๆ ออกไปไม่ได้ กสทช. ก็คงจมอยู่ในตมแบบนั้น

ก่อนหน้านี้เคยหมดศรัทธาไปแล้วว่าจะเอา นายแพทย์สรณ ออกจากตำแหน่งได้ แต่พอทำสำเร็จเรื่องนึงแล้ว ก็มีแรงฮึดทำเรื่องอื่นต่อ !!

ขอบคุณกรรมการสรรหาทุกท่านด้วย ที่กล้าหาญทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ทีนี้ก็เลิกด่าได้แล้วนะว่าเปิดแล้วปิดไม่ได้สักเรื่อง ปิดได้แล้วนะจ๊ะ เรื่องนี้”