พระเมธีวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น ผู้ช่วยประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไทยไปต่างประเทศ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไทยไปต่างประเทศ และพระธรรมวชิรเมธี เจ้าคณะภาค 1 รองประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตฯ ให้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในเอเชียตะวันออก (UTEA) สมัยสามัญ ครั้งที่ 4/2569 ณ วัดพระธรรมกายกายมองโกเลีย กรุงอูลานบาตาร์ ประเทศมองโกเลีย ระหว่าง 22-25 ก.ค.2569 โอกาสนี้พระมหาอดิเดช สติวโร เลขานุการรองประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตฯ นายกฤศกร สนิทภักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และนายธนกร จุ้ยดิษฐ์ ผอ.กลุ่มวิเทศสัมพันธ์และวิชาการพระพุทธศาสนา ร่วมประชุมกับสหภาพพระธรรมทูตไทยในเอเชียตะวันออก นำโดย พระครูสิทธิรัตนวิเทศ ประธานสหภาพฯ ประเทศเกาหลี พระครูวิเทศอัศวานุรักษ์ รองประธานสหภาพฯ ประเทศจีน และพระครูวิเทศวชิรโสภิต รองประธานสหภาพฯ ประเทศมองโกเลีย พร้อมด้วยคณะกรรมการสหภาพฯ ประกอบด้วยจีน ไชนีสไทเป เกาหลีใต้ เวียดนาม และมองโกเลีย จำนวนทั้งสิ้น 16 วัด โดยผู้เข้าร่วมประชุมได้ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วย

พระเมธีวัชรบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า พระพรหมโมลี ได้มีสารในพิธีเปิดการประชุม แสดงความชื่นชม และอนุโมทนาในความมุ่งมั่นตั้งใจของพระธรรมทูตทุกรูปที่อุทิศกายใจทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในการจาริกเดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ขอให้มุ่งประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก อีกทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีงามในการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ประยุกต์หลักธรรมให้เหมาะกับท้องถิ่น วัฒนธรรม และประเพณีที่ดีงาม ส่วนสาระสำคัญของการประชุมประกอบด้วยการรายงานความก้าวหน้าในการพัฒนาวัดต่างๆ เพื่อรองรับการทำบุญ และการปฏิบัติธรรมของชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมถึงการจัดวางระเบียบทำงานร่วมกันภายในสหภาพยุโรป พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้สะท้อนปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เพื่อจะได้ถวายข้อมูลแก่สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตฯ ได้กำหนดแนวนโยบายในการบริหารงานพระธรรมทูตให้สามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เกิดประโยชน์ของชาวโลกต่อไป

พระเมธีวัชรบัณฑิต กล่าวอีกว่า ได้ฝากข้อห่วงใยของพระธรรมวชิรเมธี รองประธานฯ ที่กำกับดูแลพระธรรมทูตไทยในเอเชียตะวันออกเอาไว้ ว่า กฎหมายของแต่ละประเทศกับพระธรรมวินัยต้องบูรณาการใช้พัฒนางานไปด้วยกันอย่างประสานสอดคล้อง ขอให้พระธรรมทูตทุกท่านที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างระมัดระวัง และใส่ใจข้อกำหนดเกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ของแต่ละประเทศ เพราะเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนต่อการทำงานกับรัฐบาลและพลเมืองในประเทศต่างๆ การเป็นพระภิกษุต้องอาศัยพระธรรมวินัยเป็นหลักปฏิบัติในการประกาศธรรมก็จริง แต่เมื่อเดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศต่างๆ จำเป็นต้องทำงานเผยแผ่และบริหารวัดวาอารามภายใต้บริบท ระเบียบ กฎเกณฑ์ และกฎหมายของประเทศนั้นอย่างระมัดระวัง รอบด้าน ให้ศึกษากฎระเบียบมส. และกฎหมายไทยที่สัมพันธ์กับการทำงานเผยแผ่ของพระธรรมทูตด้วย



