เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระราชมงคลวชิรสาร (ชอุ้ม กตสาโร) หรือ “หลวงพ่อชอุ้ม” ที่ปรึกษาเจ้าคณะตําบลตะเคียนเลื่อน เจ้าอาวาสวัดตะเคียนเลื่อน จ.นครสวรรค์ ได้ถึงแก่มรณภาพแล้ว สิริอายุได้ 97 ปี พรรษา 77
ทั้งนี้ “หลวงพ่อชอุ้ม” เป็นพระเกจิชื่อดังอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ท่านเป็นศิษย์สายตรงพระครูนิวาตธรรมขันธ์ หรือหลวงพ่อภู่ วัดตะเคียนเลื่อน อดีตพระเกจิดังยุคเดียวกับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นอกจากนี้ ท่านยังได้รับการยอมรับเป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัด สุปฏิปันโน เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน มีจิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตา จนได้รับสมญานามยกย่องให้ท่านเป็น “เทพเจ้าต้นน้ำเจ้าพระยา”

สำหรับประวัติ “หลวงพ่อชอุ้ม” ท่านมีนามเดิมว่า ชอุ้ม สังข์เดช เกิดเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2472 ที่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 2 ต.ตะเคียนเลื่อน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เรียนจบชั้น ป.4 ที่โรงเรียนวัดตะเคียนเลื่อน ใน พ.ศ. 2485 พออายุ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2492 ที่วัดตะเคียนเลื่อน มีพระเทพคุณาภรณ์ (เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์พระครูนิทานโพธิวัฒน์) เจ้าคณะอำเภอเมืองนครสวรรค์ วัดโพธาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้น อยู่จำพรรษาและศึกษาพระปริยัติธรรม สำนักวัดตะเคียนเลื่อน พ.ศ. 2500 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท โดยช่วงแรกท่านตั้งใจว่าจะบวชเพียงแค่พรรษาเดียว ตามประเพณีเท่านั้น แต่หลวงปู่ดิษฐ์ วัดท่าซุด อ.โกรกพระ ผู้เป็นปู่ขอให้อยู่ต่อจนกระทั่งปัจจุบัน
“หลวงพ่อชอุ้ม” เป็นพระเถระที่มีพรรษาสูงที่สุดรูปหนึ่งปากน้ำโพ มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งภาคเหนือตอนล่างลงไปถึงภาคกลาง เป็นพระนักพัฒนาและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา อีกทั้งเป็นพระต้นแบบทางด้านงานอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรมทางศาสนา โดยเฉพาะในพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล มักจะควบคุมงานการโยงสายสิญจน์ด้วยตนเองทุกขั้นตอน เพื่อให้ถูกต้องตามแบบพิธีกรรมโบราณ
ส่วนงานอนุรักษ์มรดกด้านวัฒนธรรม เช่น “สลากภัตมะม่วง” สืบสานกันมาเป็นนับศตวรรษ โดยในอดีตชุมชนตะเคียนเลื่อน เป็นแหล่งปลูกมะม่วง ถึงฤดูเก็บเกี่ยว ก็ทำบุญด้วยการทำสลากจับว่ารายใดจะได้นำผลผลิตถวายกับสงฆ์รูปใด นอกจากนี้ท่านยังสืบสานวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของวิถีชุมชนแห่งลุ่มน้ำ คือ การแข่งเรือ จนทำให้วัดตะเคียนเลื่อนจึงนับเป็น พิพิธภัณฑ์เรือแข่ง มีเรือทั้งเก่าและใหม่หลายลำ

“หลวงพ่อชอุ้ม” เป็นพระมหาเถระที่เรียบง่าย สมถะ รักความสะอาด มีระเบียบ เปี่ยมด้วยเมตตาทั้งแก่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน หากไม่อาพาธ จะปฏิบัติกิจวัตรอย่างสม่ำเสมอ
ลำดับงานปกครอง พ.ศ. 2499 เป็นเจ้าอาวาสวัดตะเคียนเลื่อน พ.ศ. 2516 เป็นเจ้าคณะตำบลตะเคียนเลื่อน พ.ศ. 2517 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ. 2552 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลตะเคียนเลื่อน พ.ศ. 2526 เป็นเจ้าอาวาสวัดจอมคีรีนาคพรต อ.เมือง จ.นครสวรรค์ แต่อยู่ได้ไม่นาน ชาวตำบลตะเคียนเลื่อนได้นิมนต์ให้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดตะเคียนเลื่อนอีกครั้ง พ.ศ. 2540 ได้รับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักรจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สาขาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ส่วนลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ. 2565 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชมงคลวชิรสาร



