เมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าวซีซีทีวีของทางการจีนรายงานคดีอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมที่น่าตกตะลึงในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมหนุ่มตกงานแซ่กัว หลังจากสืบทราบว่าเขาใช้ห้องพักส่วนตัวลักลอบเพาะพันธุ์งูหลามซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองระดับ 2 ของประเทศจีน โดยไม่ได้รับอนุญาต
จุดเริ่มต้นของคดีมาจากมีผู้พบเห็นงูหลามขนาดใหญ่เท่าแขนมนุษย์บริเวณตีนเขาในเดือนมีนาคม 2567 โดยผู้แจ้งเหตุเชื่อว่างูชนิดนี้ไม่ใช่สัตว์ท้องถิ่นและมักจะไม่ออกมาเพ่นพ่านในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้ตำรวจคาดว่า น่าจะเป็นงูที่มีคนลักลอบเลี้ยงแล้วหลุดออกมา
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านงูและได้รับเบาะแสสำคัญว่า การเลี้ยงงูหลามให้อยู่รอดต้องใช้เครื่องคุมความชื้นและเครื่องทำความร้อนควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 20-30 องศาเซลเซียสตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้บ้านหลังนั้นใช้กระแสไฟฟ้าในปริมาณที่สูงมากผิดปกติ นำไปสู่การปูพรมตรวจเช็กมิเตอร์ไฟของคนในชุมชนจนพบตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังบุกเข้าไปในห้องพักของนายกัวก็พบกล่องพลาสติกสำหรับเลี้ยงงูวางเรียงซ้อนกันเป็นตับสูงจรดเพดาน โดยนายกัวได้ย้ายเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดของตัวเองไปรวมไว้ในห้องนอนเพียงห้องเดียว แล้วยกห้องนอนอีกสองห้องรวมถึงห้องโถงรับแขกให้เป็นที่อยู่ของกองทัพงูหลามจำนวน 309 ตัว
นอกจากนี้ตำรวจยังขยายผลและจับกุมนายตี้ เพื่อนร่วมขบวนการที่ทำหน้าที่คอยรับพัสดุบรรจุหนูขาวที่ใช้เป็นอาหารงูและช่วยประสานงานขาย รวมถึงนายเติ้ง เจ้าของร้านที่ขายงูรุ่นแรก 4 ตัวให้นายกัวเมื่อปี 2557 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเพาะพันธุ์งูของเขา
หลังจากการตรวจค้นบ้านนายเติ้ง เจ้าหน้าที่ก็พบงูหลามเพิ่มอีก 47 ตัว รวมแล้วมีงูหลามที่เป็นของกลางในคดีนี้ทั้งหมดสูงถึง 436 ตัว มีมูลค่าในตลาดมืดกว่า 30 ล้านหยวน (ประมาณ 150 ล้านบาท)
จากการสอบสวน นายกัวยอมรับสารภาพว่าตนเองหลงใหลงูมานาน โดยเริ่มซื้อมาเลี้ยงตั้งแต่ปี 2557 หลังจากนั้นเขาก็หมกมุ่นกับการผสมพันธุ์งูจนได้งูสีสันแปลกๆ มากมาย
นายกัวเผยความรู้สึกว่า ตอนที่เลี้ยงงูเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็น “พระผู้สร้างสิ่งมีชีวิต”
ทั้งนี้งูทั้งหมดถูกส่งตัวไปดูแลต่อที่สวนสัตว์ท้องถิ่น ส่วนผู้ต้องหาทั้งสามรายถูกศาลเมืองไท่โจวตัดสินโทษจำคุกในข้อหาทำร้ายและค้าสัตว์ป่าคุ้มครองใกล้สูญพันธุ์ขั้นร้ายแรง ซึ่งตามกฎหมายอาญาของจีน ข้อหานี้มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



