สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า กองกำลังยามฝั่งฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์ ว่าเรือของหน่วยยามฝั่งจีนลำหนึ่งแล่นเข้าใกล้เรือของสำนักงานประมงและทรัพยากรทางทะเล ในระยะประมาณ 7 เมตร บริเวณแนวสันดอนสการ์โบโรห์ ในทะเลจีนใต้ ซึ่งอยู่ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (อีอีซี) ของฟิลิปปินส์ จนก่อให้เกิด “ความเสี่ยงร้ายแรงต่อการชนกัน”
กองกำลังยามฝั่งฟิลิปปินส์ประณามการกระทำของหน่วยยามฝั่งจีนว่า “อันตรายและไร้ความเป็นมืออาชีพ” พร้อมย้ำว่า แนวสันดอนสการ์โบโรห์เป็นแหล่งประมงดั้งเดิมของชาวฟิลิปปินส์ และไม่มีอำนาจต่างชาติใดสามารถขัดขวางสิทธิดังกล่าวได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
According to the PCG, the first water cannon attack took place at around 6:26 a.m., when CCG vessel 3107 blasted BRP Cape San Agustin (MRRV-4408) from about 400 meters away.
— ABS-CBN News (@ABSCBNNews) July 24, 2026
At the time, the Philippine vessel was conducting a maritime patrol approximately 15 nautical miles… pic.twitter.com/MlQ4dGX1sd
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กองกำลังยามฝั่งจีนเพิ่งออกแถลงการณ์ว่า ได้ใช้ “มาตรการควบคุม” ต่อเรือหลายลำของฟิลิปปินส์ ซึ่งจีนกล่าวหาว่าเข้าปฏิบัติการอย่างผิดกฎหมาย ในน่านน้ำรอบแนวสันดอนสการ์โบโรห์ และเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
เหตุเผชิญหน้าครั้งล่าสุดเกิดขึ้น ในช่วงที่รัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมระดับภูมิภาคที่กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ ซึ่งนายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน และนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เข้าร่วม
ทั้งนี้ รูบิโอระบุว่า การกระทำของจีนในทะเลจีนใต้เป็นเรื่อง “น่าวิตก” และยืนยันการสนับสนุนฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาด้านกลาโหมของสหรัฐ.
เรียบเรียงโดย: ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



