เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 ก.ค. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางลงพื้นที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์ ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย

การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายบุญช่วย หองยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ร่วมรายงานเหตุการณ์ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 รับฟังการบรรยายสรุป ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจเร่งสนธิกำลังปิดล้อม ไล่ล่า และติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวสดุดีความกล้าหาญและการเสียสละของเจ้าหน้าที่ทั้ง 5 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ความสงบจนวาระสุดท้าย พร้อมยืนยันว่ากองทัพจะดูแลสิทธิ สวัสดิการ และครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่และสมเกียรติ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยตรวจสอบจุดที่ระเบิดไปป์บอมบ์ตกใส่บ้านเรือนประชาชน หลังระเบิดที่คนร้ายขว้างพลาดเป้าหมายไปตกใส่หลังคาบ้าน ก่อนเกิดเพลิงไหม้ สร้างความเสียหายแก่ตัวบ้านและรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน
ในเวลาเดียวกัน ญาติของ จ.ส.อ.ธีระยุทธ โสมะเกิด หนึ่งในผู้เสียชีวิต พร้อมพระสงฆ์ ได้ประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา โดยอุทิศส่วนกุศลให้แก่ จ.ส.อ.ธีระยุทธ รวมถึง อส.ทพ.วิมล ดาบทอง และ อส.ทพ.ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา พร้อมเก็บสิ่งของส่วนตัวเตรียมนำกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่ จ.สุราษฎร์ธานี

ด้านชาวบ้านในพื้นที่ต่างสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเจ้าของบ้านซึ่งได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด เล่าว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่อง ก่อนควันไฟพวยพุ่งเข้ามาในบ้านจนต้องรีบหนีเอาชีวิตรอด เมื่อกลับมาตรวจสอบพบว่าบ้านถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และรถจักรยานยนต์ที่เพิ่งซื้อมาไม่นานถูกไฟไหม้วอดทั้งคัน
ขณะที่ชาวบ้านอีกคนซึ่งอาศัยอยู่ติดกับจุดตรวจ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง และยังคอยช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดอุทกภัยหรือเหตุฉุกเฉินอยู่เสมอ ทุกคนมีอัธยาศัยดี เปรียบเสมือนคนในครอบครัว จึงรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งกับการสูญเสียในครั้งนี้.



