น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช  รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การดูแลเกษตรกรในช่วงฤดูฝน และที่คาดการณ์ว่าจะเกิดผลกระทบจากซูเปอร์เอลณีโญ่นี้ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนแผนรับมือ โดยมุ่งเน้นการแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง แจ้งเตือนสภาพอากาศ และเตรียมพร้อมเครื่องจักรกลทางการเกษตร พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกษตรกรในการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกและรับมือกับความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับเกษตรกรผ่านแนวทางการบริหารจัดการน้ำและพื้นที่เสี่ยง เพื่อคาดการณ์และประเมินพื้นที่ที่อาจจะประสบอุทกภัย สำหรับกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์เพื่อแจ้งเตือนข้อมูลข่าวสารสู่เกษตรกรให้สามารถเข้าช่วยเหลือในพื้นที่วิกฤตได้อย่างทันท่วงที พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเฝ้าระวังและให้ความรู้แก่เกษตรกรในการป้องกันโรคศัตรูพืชที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายขับเคลื่อนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การดำเนินงานขับเคลื่อนตามแผนรับมือฤดูฝนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรใช้ศูนย์ปฏิบัติการ (War Room) เป็นกลไกหลักในการติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ภัยพิบัติด้านพืช โดยบูรณาการข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำข้อมูลวิเคราะห์ แผนที่พื้นที่เสี่ยง (Risk Map) รายงานสถานการณ์ และแจ้งเตือนภัยให้เกษตรกรผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Line Farmbook พร้อมให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรทั้ง 6 เขต และสำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ วิเคราะห์สถานการณ์เฉพาะพื้นที่ รายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนเกษตรกรในพื้นที่

สำหรับการคาดการณ์สภาพอากาศที่อาจส่งผลให้เกิดทั้งฝนทิ้งช่วงและอุทกภัยในบางพื้นที่ รวมถึงแนวโน้มการเกิดซูเปอร์เอลนีโญ กรมส่งเสริมการเกษตรได้วางมาตรการลดความเสี่ยงล่วงหน้า โดยจัดทำชุดความรู้ “5 ปรับ รับแล้ง” ได้แก่ ปรับแผนปลูก ปรับวิธีปลูก ปรับดิน ปรับน้ำ และปรับรายได้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับชนิดพืช รวมถึงสื่อสารข้อมูลความเสี่ยงและคำแนะนำผ่านเครือข่าย ศพก. แปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน Smart Farmer Young Smart Farmer กลุ่มแม่บ้าน และผู้นำชุมชนทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังเร่งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรและวาดผังแปลง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบ DOAE Risk Map เพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการภัยพิบัติ

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรขอเชิญชวนเกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือยังไม่ได้ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรในรอบการผลิตใหม่ เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเกิดภัยพิบัติ เนื่องจากทะเบียนเกษตรกรเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการติดตามและแจ้งเตือนสถานการณ์ภัย สำรวจความเสียหาย และใช้ประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของภาครัฐเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยสามารถติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ หรือดำเนินการผ่านระบบ e-Form และแอปพลิเคชัน Farmbook เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

กรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมความพร้อม จัดเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชผักและพืชอาหารสำรอง 700,000 ซอง พร้อมต้นพันธุ์พืชเศรษฐกิจอายุสั้น ไม้ผล และไม้ยืนต้น 37,600 ต้น รวมถึงต้นพันธุ์พืชผักและพืชอาหาร 1,688,280 ต้น เพื่อใช้ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทันทีเมื่อเกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังเตรียมชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช ได้แก่ เชื้อไตรโคเดอร์มา บิวเวอเรีย เมตาไรเซียม แบคทีเรียปฏิปักษ์ ไวรัสเอ็นพีวี แมลงศัตรูธรรมชาติ และสารสกัดธรรมชาติ พร้อมส่งเสริมการใช้เพื่อลดการระบาดของโรคและแมลงหลังเกิดภัย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนแหล่งน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยง

เมื่อเกิดสถานการณ์ภัย กรมส่งเสริมการเกษตรจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่าน War Room และเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อประเมินความเสียหาย รายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์ แจ้งเตือนเกษตรกร ให้คำแนะนำในการลดความเสียหาย สำรวจความต้องการปัจจัยการผลิตฉุกเฉิน และเร่งให้ความช่วยเหลือทันที รวมถึงประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบรรเทาผลกระทบแก่เกษตรกร