เมื่อวันที่ 24 ก.ค.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการบริหารจัดการศึกษาในภูมิภาค ซึ่งมีศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และผู้บริหารด้านการศึกษาจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 230 คน ว่า ศธจ.ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาระดับพื้นที่ และเป็นกำลังหลักในการผลักดันนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตนไม่ได้มาพบทุกคนในฐานะรัฐมนตรีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเป็นเพื่อนร่วมงาน เพราะภารกิจด้านการศึกษาเป็นภารกิจที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ นโยบายที่กระทรวงกำหนดไว้จะต้องไม่เป็นเพียงตัวหนังสือบนกระดาษ แต่ต้องเกิดผลจริงกับผู้เรียน ครู และประชาชนในทุกพื้นที่

“การศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ หากระบบการศึกษามีคุณภาพ ปัญหาสังคมหลายเรื่องก็จะลดลง ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำ หรือปัญหาการเข้าถึงสิทธิของประชาชน ดังนั้น ศึกษาธิการจังหวัดจึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้นโยบายของรัฐบาลลงไปถึงพื้นที่” นายประเสริฐ กล่าวและว่า ทั้งนี้ศธจ.จะต้องทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดทิศทางการศึกษาของจังหวัด มองภาพรวมของทั้งจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะในระดับเขตพื้นที่การศึกษา โดยต้องมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบริบทของจังหวัด ทั้งจำนวนประชากร โครงสร้างประชากร อัตราการเกิด ความต้องการด้านกำลังคน ตลอดจนสถานการณ์ทางการศึกษา เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และวางแผนพัฒนาการศึกษาที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด รวมถึงนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ตนเคยตั้งคำถามว่า วันนี้แต่ละจังหวัดมีทิศทางการศึกษาของตัวเองหรือไม่ ใครเป็นคนกำหนดยุทธศาสตร์การศึกษาระดับจังหวัด เพราะหากไม่มีภาพรวมของจังหวัด ก็จะไม่สามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วง 12 เดือนจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการต้องการเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากนโยบายสำคัญ โดยมอบหมายให้ศึกษาธิการจังหวัดเร่งขับเคลื่อน 6 ประเด็นหลัก ได้แก่ การลดภาระครู การนำร่องระบบครัวกลางในโรงเรียน โดยบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การบูรณาการฐานข้อมูลกลางของภาครัฐ พร้อมเดินหน้าระบบ Student ID เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งได้ทดลองใช้ในโรงเรียนนำร่อง 4 แห่งในภูมิภาคและได้รับผลตอบรับที่ดี การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเตรียมเสนอรูปแบบการจัดสรรงบประมาณรายหัวแบบใหม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในสิ้นปีนี้ การผลักดันให้โรงเรียนทุกแห่งเป็นพื้นที่ปลอดภัย การผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. อย่างไรก็ตามตนได้มอบหมายให้ศธจ.ทุกจังหวัดจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาในระดับจังหวัดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน พร้อมเน้นย้ำให้ทำงานแบบ “Digital Force & Team” เชื่อมโยงทุกหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาสู่ผลลัพธ์เดียวกัน และยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ