สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า คณะมนตรียุโรประบุในแถลงการณ์ว่า มาตรการดังกล่าวรวมถึงการกำหนดรายชื่อ 218 รายการ แบ่งออกเป็นนิติบุคคล 170 แห่ง และบุคคล 48 คน ซึ่งนิติบุคคลและบุคคลเหล่านี้จะอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการอายัดทรัพย์สิน การห้ามเดินทาง และการห้ามทำธุรกรรม
ข้อจำกัดข้างต้นพุ่งเป้าไปยังภาคส่วนธนาคาร เพื่อบีบคั้นระบบการเงินของรัสเซีย ในช่วงเวลาที่อียูมองว่าเศรษฐกิจของรัสเซียอยู่ในภาวะเปราะบาง โดยบริษัทของรัสเซียประสบความสำเร็จในการรักษากระแสการค้าและการเงิน ผ่านผู้ให้กู้รายเล็กหรือระดับภูมิภาค รวมถึงเครือข่ายสกุลเงินดิจิทัล
EU targets Russian banks in new sanctions package over Ukraine war https://t.co/EAjGA7YRtd
— The Straits Times (@straits_times) July 23, 2026
“มาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 21 ของเรา ประกอบด้วยรายชื่อจำนวนมากที่สุดในรอบ 4 ปี ซึ่งเราบังคับใช้กับธนาคารและผู้ดำเนินธุรกิจสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า 100 ราย เรือมากกว่า 40 ลำ ในกองเรือเงาของรัสเซีย และโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งในรัสเซียและเบลารุส ตลอดจนหน่วยงานอุตสาหกรรมทางทหารมากกว่า 50 แห่ง ที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตโดรนพิสัยไกลของรัสเซีย” นางคาจา คัลลัส ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของอียู กล่าวในแถลงการณ์
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวให้การยกเว้นเป็นเวลาหนึ่งปี พร้อมการต่ออายุอัตโนมัติ ส่งผลให้บริษัทในอียูสามารถขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ของรัสเซีย ไปยังประเทศที่สามได้ ตามคำเรียกร้องของกรีซ
ด้านรัฐบาลเอเธนส์ระบุว่า การแบนบริการขนส่งแอลเอ็นจีของรัสเซียที่วางแผนไว้ จะเป็นเพียงการย้ายส่วนแบ่งการตลาดออกไปนอกยุโรป และจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัสเซีย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



