เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่รัฐสภา นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ได้รับหนังสือร้องเรียนจาก น.ส.กมนรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ ต.บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามความคืบหน้าการรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล หลังได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์กระสุนจรวด BM-21 ตกใส่เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 68 ซึ่งในวันนี้ถือเป็นการครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์ปะทะดังกล่าว
โดยนายวสวรรธน์ กล่าวว่า จนถึงปัจจุบันผู้ได้รับผลกระทบยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม ได้อภิปรายทวงถามทั้งในส่วนของกระทรวงกลาโหมที่ระบุว่ากำลังทยอยจ่ายเงินเยียวยาทหาร และกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งได้ขอเอกสารความคืบหน้าไปเมื่อวันที่ 24 ก.ค. นอกจากนี้ ยังมีส่วนงานของกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ที่ต้องดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ เช่น กรณีพนักงานเติมน้ำมันที่ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณชายโครงจนทะลุปอด และผู้บาดเจ็บอีกหลายรายที่ยังไม่ได้รับเงิน รวมถึงกรณีของ “น้องน้ำโขง” ที่มีการร้องเรียนผ่านมูลนิธิ “กันจอมพลัง”
ซึ่งนายวสวรรธน์ ยืนยันจะรับหนังสือเพิ่มเติมเพื่อติดตามเรื่องต่อ เนื่องจากผู้ร้องเรียนต้องเดินทางไกลเกือบ 700 กิโลเมตรจาก จ.ศรีสะเกษมายังรัฐสภา สะท้อนให้เห็นว่าการรอคอยนานถึง 1 ปีนั้นนานเกินไปสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
น.ส.กมนรัตน์ พลเศรษฐเลิศ ได้ระบุถึงประเด็นการยื่นหนังสือ 3 ข้อหลัก คือ 1.เรื่องเงินเยียวยาความเสียหายของปั๊มน้ำมันที่ไม่มีความคืบหน้าตลอด 1 ปี ทราบเพียงเรื่องส่งถึงสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ไม่มีเอกสารแจ้งเป็นทางการ 2.ความเสียหายของร้านค้าผู้เช่าภายในปั๊มน้ำมันที่ต้องปิดกิจการนานถึง 3 เดือน แต่ยังไม่ได้เยียวยา และ 3. กรณีของนายพลกิจ ผู้บาดเจ็บที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้พิการและอยู่ระหว่างดำเนินการตามสิทธิ รวมถึงพนักงานร้านสะดวกซื้อและประชาชนที่ใช้บริการในวันเกิดเหตุที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดและสะเก็ดระเบิด ก็ยังคงไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐเช่นกัน
ในช่วงหนึ่ง น.ส.กมนรัตน์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาไหลว่า ตลอด 365 วัน ตนอยากวิงวอนให้ภาครัฐเห็นใจความทุกข์ของผู้ที่ต้องการเงินมาจุนเจือครอบครัว โดยที่ผ่านมาได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชนเป็นหลัก อาทิ บริษัท ปตท. ที่ช่วยซ่อมแซมตู้จ่ายน้ำมัน หน่วยงานสังกัดกระทรวงพลังงานที่ดูแลเรื่องก๊าซหุงต้ม และเอกชนที่ช่วยสนับสนุนอุปกรณ์ในร้านสะดวกซื้อ จนสามารถกลับมาเปิดกิจการดูแลพนักงานได้ ทั้งนี้ในช่วงแรก น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีต รมช.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่และระบุว่าภาครัฐจะเยียวยาในส่วนต่างที่เหลือหลังจากได้รับทุนจากเอกชน ซึ่งตนได้จัดทำเอกสารหักวงเงินส่วนนั้นออกเรียบร้อยแล้วแต่รัฐก็ยังนิ่งเฉย
สำหรับความคืบหน้าจากฝั่งข้าราชการนั้น น.ส.กมนรัตน์ เปิดเผยว่า มีเพียงเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สังกัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์มาแจ้งว่าเรื่องถึงสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วและกำลังจะมีการช่วยเหลือ แต่ไม่เคยมีหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ แม้ว่าในช่วงแรกหลังเกิดเหตุ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษจะลงพื้นที่มาดูแลด้วยตนเอง และให้รอการประสานงานจากสำนักงาน ปภ. จังหวัด แต่จนถึงบัดนี้ความช่วยเหลือที่ชัดเจนจากภาครัฐก็ยังคงไม่มาถึงตามที่หวังไว้



