สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่า ศูนย์บัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) ออกแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกที่ 12 ติดต่อกัน เสร็จสิ้นแล้ว เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อ ลดทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพลเรือนและเรือพาณิชย์
แถลงการณ์ระบุว่า กองทัพสหรัฐโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านหลายแห่ง ได้แก่ ขีดความสามารถด้านการรบทางทะเล คลังเก็บขีปนาวุธและโดรน ฐานเฝ้าระวังชายฝั่ง และระบบป้องกันภัยทางอากาศ
— U.S. Central Command (@CENTCOM) July 23, 2026
นอกจากนี้ เซนต์คอมระบุว่า กองทัพสหรัฐโจมตีฐานทัพภาคพื้นดินของอิหร่านหลายสิบแห่งตลอดเดือนนี้ ควบคู่กับการบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล จนถึงขณะนี้ กองทัพสหรัฐสามารถเปลี่ยนเส้นทางเรือพาณิชย์แล้ว 9 ลำ และทำให้เรือ 1 ลำ ไม่สามารถปฏิบัติการได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เรือเข้าเทียบท่าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน
ปัจจุบันมีกำลังพลสหรัฐมากกว่า 50,000 นาย ปฏิบัติภารกิจทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง และยังคงอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมขั้นสูง โดยมีความพร้อมในการปฏิบัติการและตอบโต้ภัยคุกคามทุกเมื่อ
Worldwide Caution: Due to heightened tensions in the Middle East, the security environment remains complex with the potential for unforeseen escalation.
— TravelGov (@TravelGov) July 23, 2026
Americans currently in the Middle East should exercise caution and heightened vigilance and should be prepared for flight… pic.twitter.com/PNSVFgfPpP
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกประกาศ ย้ำเตือนการเตือนภัยด้านความปลอดภัย โดยแนะนำให้พลเมืองอเมริกันทั่วโลก เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังอยู่ในระดับสูง
คำเตือนระบุด้วยว่า สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของสหรัฐ รวมถึงสำนักงานทางการทูตในหลายประเทศนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีแล้ว พร้อมทั้งเตือนว่า อิหร่านและกลุ่มที่สนับสนุนอิหร่าน อาจมุ่งเป้าโจมตีผลประโยชน์อื่นของสหรัฐในต่างประเทศ หรือสถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับสหรัฐและชาวอเมริกันทั่วโลก รวมถึงธุรกิจและสถาบันของสหรัฐ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



