วันนี้ (25 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ด้วยยอดเข้าชมหัวข้อเรื่องทะลุ 50 ล้านครั้ง โดยเป็นเรื่องของเจ้าของร้านขายโทรศัพท์มือถือและลูกชายวัย 5 ขวบของเขาที่แอบเล่นกับไฟจนเกิดเพลิงไหม้สินค้าในห้องทำงาน

เจ้าของร้านในเมืองเซินเจิ้นซึ่งระบุเพียงชื่อสกุลในรายงานข่าวว่านายเผิง เล่าว่าร้านขายโทรศัพท์มือถือของเขาใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้านเป็นห้องเก็บอุปกรณ์ เมื่อลูกชายวัย 5 ขวบของเขาเห็นประกายไฟจากปลั๊กพ่วงซึ่งเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร จึงนำทิชชู่ไปจุดไฟเล่นด้วยความไร้เดียงสา จนเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและเผาทำลายโทรศัพท์มือถือไปเกือบ 30 เครื่อง ซึ่งในจำนวนนั้นมีมากกว่าครึ่งเป็นโทรศัพท์ไอโฟน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 200,000 หยวน (ประมาณ 1 ล้านบาท) อีกทั้งเขาเองไม่ได้ทำประกันภัยที่ครอบคลุมความเสียหายในลักษณะนี้ไว้

ในระหว่างเกิดเหตุ เด็กน้อยกลัวว่าไฟจะลามไปถึงพ่อที่กำลังนอนหลับอยู่ จึงได้ช่วยปิดประตูห้องนอนและเปิดแอร์ให้พ่อ ก่อนจะหนีไปหลบอีกห้องหนึ่ง จนกระทั่งนายเผิงสะดุ้งตื่นเพราะได้กลิ่นควันและสามารถดับไฟได้ทันเวลา แต่ห้องทำงานและห้องนั่งเล่นบางส่วนก็ถูกไฟไหม้จนเสียหายไปแล้ว

หลังจากตรวจสอบและพบว่าลูกชายปลอดภัยดีและกำลังพยายามช่วยเช็ดทำความสะอาดพื้นเพื่อไถ่โทษ นายเผิงก็ไม่ได้ดุด่าหรือลงโทษลูกชายแต่อย่างใด เขาเพียงแค่ถามลูกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “หนูสนุกไหม?” ซึ่งลูกชายก็ส่ายหัวด้วยความหวาดวิตก

ลูกชายของเผิงและสภาพห้องทำงานที่โดนไฟไหม้เสียหาย

จากนั้น นายเผิงจึงใช้โอกาสนี้สอนความหมายของภาษิตจีนที่ว่า “หวานหั่วจื้อเฝิน” (เล่นกับไฟย่อมเผาตัวเอง หมายถึงทำสิ่งใดไว้ ย่อมได้รับผลตามนั้น คล้ายกับความหมายของ “กรรมสนองกรรม”) เพื่อให้ลูกจดจำผลที่เกิดจากความผิดพลาดครั้งนี้ โดยย้ำกับลูกชายว่า เมื่อจำความหมายของภาษิตนี้ได้แล้ว ก็ไม่ควรทำผิดพลาดแบบนี้อีก

นอกจากนี้ เผิงยังตั้งข้อสังเกตที่น่าประหลาดใจว่า ลูกชายของได้ช่วยเก็บซองบุหรี่ 4 ซองออกมาจากกองเพลิงเพราะรู้ว่าพ่อชอบสูบ และยังนำเงินค่าขนมที่เก็บออมไว้มามอบให้พ่อ เพื่อช่วยชดเชยค่าเสียหายอีกด้วย

นายเผิงเปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้สึกทั้งกลัว ซาบซึ้ง และขบขันในเวลาเดียวกัน และเนื่องจากในวัยเด็กเขาเคยหวาดกลัวการถูกพ่อแม่ดุด่าอย่างรุนแรง เขาจึงไม่อยากส่งต่อความกลัวนั้นให้ลูกชาย 

วิธีรับมือสถานการณ์รวมทั้งการหยิบยกเรื่องที่เกิดขึ้นมาสอนเป็นบทเรียนให้ลูกของเขา ได้รับเสียงชื่นชมจากชาวเน็ตอย่างล้นหลามว่าเป็นตัวอย่างของการเลี้ยงลูกด้วยเหตุผลและความอดทนอย่างแท้จริง ขณะที่ชาวเน็ตบางคนกล่าวว่า นี่คือ “บทเรียนราคาแพง” ในการสอนลูกให้รู้จักระวังอัคคีภัยอย่างแท้จริง

เรียบเรียงโดย :  ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Generated by Gemini, Douyin