ขณะที่ส่วนใหญ่ของโลก อาจพุ่งโฟกัสไปที่ ทีมชาติลิโอเนล เมสซี…..
“ตราไก่” ฝรั่งเศส ยังทำผลงานสมราคาเต็ง 1 หลังยำ สวีเดน 3-0
เลเบลอส์ ทำได้อย่างน้อย 3 ประตูในแต่ละนัด จาก 5 เกมหลังสุดในฟุตบอลโลก เป็นสถิติต่อเนื่องที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของการแข่งขัน
คีเลียน เอ็มบัปเป ยิงได้อย่างน้อย 2 ลูก ต่อ 1 เกม เป็นครั้งที่ 4 สำหรับรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก สถิตินี้สูงเป็น 2 เท่าของนักเตะทุกคนในประวัติศาสตร์ทัวร์นาเมนต์ และนี่ยังเป็นเกมที่ 7 ที่ยิงได้อย่างน้อย 2 ประตูในฟุตบอลโลก เป็นสถิติสูงสุดเช่นกัน
“ประธานเป้” ยิงรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกไปแล้วถึง 10 ลูก โดยประตูแรกของเขาในวันนี้ทำให้เขาแซงหน้า “R9” โรนัลโด บราซิล ขึ้นแท่นเป็นผู้ทำประตูในรอบน็อกเอาต์มากที่สุดตลอดกาล

2 ประตูล่าสุด ทำให้สถิติการมีส่วนร่วมกับประตู (ยิง+แอสซิสต์) ในฟุตบอลโลก ของ เป้ พุ่งสูงถึง 22 ครั้ง (18 ประตู 4 แอสซิสต์) แซง เปเล่ ขึ้นมาที่ 2 ตามหลังเพียง ลิโอเนล เมสซี ที่ทำไว้ 27 ครั้ง
ในอันดับดาวซัลโว เอ็มบัปเป ยิง 6 เท่า เมสซี แต่การทำไปแล้ว 2 แอสซิสต์ ทำให้เบียดนำ เมสซี ในกลุ่มลุ้นรางวัลรองเท้าทองคำ
และประตูรวมตลอดกาลบอลโลก เอ็มบัปเป พุ่งเป็น 18 ลูก ตาม เมสซี 1 ลูก
ไมเคิล โอลิเซ ทำ 5 แอสซิสต์แล้ว ในเวิลด์คัพหนนี้ นำอันดับ 1 และหากดูสถิติตลอดกาลการทำแอสซิสต์ใน 1 ทัวร์นาเมนท์ ตอนนี้มีเพียง “ราชาลูกหนัง” เปเล่ ที่ทำได้มากกว่า ที่ 6 แอสซิสต์ในปี 1970
“เดเด้” ดีดิเยร์ เดส์ชองส์ พาทีมคว้าชัยชนะในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกเป็นนัดที่ 9 ในฐานะผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศส มากที่สุดในบรรดาโค้ชทุกคน

เกมนี้ ฝรั่งเศส ยิงตรงกรอบ 12 ครั้ง เป็นสถิติสูงสุดในเกมรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966 และมีโอกาสสับไก 25 ครั้ง เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่เกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ พบ ปารากวัยในปี 1998 (ตอนนั้นยิงไป 37 ครั้ง)
นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่ฝรั่งเศส ชนะรวด 4 เกมแรกในฟุตบอลโลก…ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1998 ที่พวกเขาได้แชมป์โลก
อัตราต่อรองแชมป์โลกของฝรั่งเศส ลดฮวบจาก 7-2 เป็น 9-4 หรือ 2-1
รอบ 16 ทีมสุดท้าย เขาจะพบ ปารากวัย
ถ้าผ่านได้ รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะพบ แคนาดา หรือ โมร็อกโก.
วุฒินล



