จากกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว ทางการออสเตรเลียดำเนินคดีกับพนักงานสายการบินหญิงชาวไทย อายุ 26 ปี ในฐานะลูกเรือของเที่ยวบินระหว่างประเทศ ฐานพยายามลักลอบนำเข้าเฮโรอีน 1 กิโลกรัม หลังจากแอบซุกซ่อนมาในกระเป๋าสัมภาระ 12 ใบ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 69 ปัจจุบันถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และมีกำหนดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์น ในวันที่ 14 ก.ย. 69 ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าวันที่ 30 เม.ย. “ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวในสำนักงาน ป.ป.ส. ระบุว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เข้าตรวจค้นห้องพักภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของบริษัทฯ ที่ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมเนื่องจากลักลอบขนเฮโรอีน 1 กก. จากประเทศไทยเข้าไปยังท่าอากาศยานเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งผลการตรวจค้นภายในห้องคอนโดมิเนียมของเจ้าตัว ยังไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย พบเจอเพียงกล่องพัสดุหลายกล่องเท่านั้น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้พูดคุยสอบถามแฟนหนุ่มของผู้ต้องหา เกี่ยวกับการรับหิ้วของของผู้ต้องหา ซี่งข้อมูลทุกประเด็นอยู่ระหว่างการใช้ขยายผลหาตัวการใหญ่เจ้าของยาเสพติด

ทั้งนี้ ประเด็นทางคดีที่ ป.ป.ส. วางกรอบไว้สำหรับการสอบสวน คือ 1.ผู้ต้องหารู้อยู่แล้วว่าภายในพัสดุที่รับหิ้วฝากไปส่งยังประเทศออสเตรเลีย ภายในเป็นยาเสพติด และ 2.ผู้ต้องหารับบริการหิ้วฝากสิ่งของไปส่งยังประเทศออสเตรเลีย โดยไม่รู้ว่าสิ่งของภายในเป็นยาเสพติด ระหว่างนี้ทางการไทยได้ประสานและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) และกำลังเร่งเดินหน้าสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายผู้กระทำความผิดที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

รายงานข่าวระบุอีกว่า เนื่องจากความผิดฐานนำเข้า-ส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 มีอัตราโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต และยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผล ซึ่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จะมีการเข้าตรวจค้นบ้านของแม่ผู้ต้องหาที่ภาคเหนือ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่อาจแสดงถึงความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับคดียาเสพติด และคนใกล้ชิดที่อาจมีส่วนรู้เห็น

รายงานข่าวระบุต่อว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องหา พบว่านอกจากประกอบอาชีพแอร์โฮสเตสแล้ว ยังเปิดบริษัทรับหิ้วสิ่งของ เช่น รับหิ้วเครื่องสำอางจากต่างประเทศ และรับหิ้วของฝากจากประเทศไทยไปให้บุคคลในต่างประเทศ นอกจากนี้ สำหรับเฮโรอีนของกลางที่ถูกตรวจพบนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ที่พัก พบว่ามีรถขนส่งพัสดุนำมาส่งให้ ส่วนข้อมูลการติดต่อของผู้จ้างวานมายังผู้ต้องหานั้น พบว่าเป็นการติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยผู้จ้างอ้างว่าจะฝากกระเป๋าผ้า 2 ใบไปให้น้องชายที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบคนใกล้ชิดเพิ่มเติมว่ารู้เห็นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้กระทำผิดมีแรงจูงใจจากค่าจ้างหิ้วที่สูง.