เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้อนุมัติให้ใช้พื้นที่หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเพื่อดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด โดยยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ทส. ไม่อนุมัติ อนุญาต หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นแต่อย่างใด ประเด็นที่เป็นกระแสข่าวเป็นเพียงกระบวนการให้ความเห็นตามขั้นตอน หลังจากกรมชลประทานเสนอเรื่องผ่านสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกอบการนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโครงการเท่านั้น ไม่ใช่การอนุมัติให้ดำเนินการหรือเพิกถอนพื้นที่ตามที่เข้าใจ
นายบรรณรักษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการขอใช้พื้นที่หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ กรมชลประทานจะต้องทบทวนรายละเอียดโครงการและปรับลดขนาดพื้นที่ให้เหมาะสมตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รวมทั้งต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งการเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ จะต้องเสนอให้ ครม. พิจารณาเห็นชอบอีกครั้งจึงจะดำเนินการขั้นต่อไปได้

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนด ต้องเป็นไปตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2564 ซึ่งได้พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) และกำหนดให้กรมชลประทานดำเนินการเพิ่มเติมในหลายประเด็น ประกอบด้วย ทบทวนการใช้พื้นที่โครงการให้เหมาะสมและใช้เท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงศักยภาพของพื้นที่และจำกัดการใช้พื้นที่ให้น้อยที่สุดเนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยต้องหารือร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อกำหนดขนาดโครงการที่เหมาะสม
นอกจากนี้ต้องสร้างความเข้าใจกับชุมชน สร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการใช้น้ำและการอยู่ร่วมกับสัตว์ป่า ต้องสำรวจข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินให้เป็นปัจจุบัน ก่อนจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามมาตรา 58 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของ ครม. อีกทั้งต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบในรายงาน EHIA อย่างเคร่งครัด
“สผ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักความรอบคอบ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนา การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการคุ้มครองสิทธิของประชาชน” นายบรรณรักษ์ กล่าว




