สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ว่า นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึง “ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าแรงงานบังคับในจีน และจีนคัดค้านการใช้ประเด็นนี้เป็นข้ออ้างสำหรับการแทรกแซงทางการเมือง”
For nearly a century, the United States has prohibited the importation of goods made with forced labor. It is time for our trading partners to follow suit.
— United States Trade Representative (@USTradeRep) June 3, 2026
Today, Ambassador Greer determined that the acts, policies, and practices of 60 economies related to the failure to… pic.twitter.com/JWyRCDyXHL
ถ้อยแถลงของเหมาเกิดขึ้น หลังนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) เสนอให้มีการจัดเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมในอัตรา 10% หรือ 12.5% กับสินค้านำเข้าจากเขตเศรษฐกิจ 60 แห่ง หลังได้ข้อสรุปว่า ประเทศและดินแดนเหล่านั้น ล้มเหลวในการควบคุมการค้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลและเป็นอุปสรรคต่อการค้าของสหรัฐ
การสอบสวนดังกล่าวอาศัยอำนาจตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 ว่าด้วยการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งเขตเศรษฐกิจที่เข้าข่าย รวมถึง แคนาดา จีน ฮ่องกง เอกวาดอร์ สหภาพยุโรป (อียู) อินโดนีเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา มาเลเซีย ไต้หวัน ไทย เวียดนาม และสหราชอาณาจักร.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



