สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ว่านายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวถึงข้อตกลงไตรภาคีที่อิสราเอล เลบานอน และสหรัฐ ลงนามร่วมกัน ว่าเป็น “ข้อตกลงประวัติศาสตร์” และเป็น “การโจมตีอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างรุนแรง”
ทั้งนี้ หนึ่งในเงื่อนไขภายใต้กรอบข้อตกลง 4 ข้อ คือการที่อิสราเอลจะถอนทหารออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของแม่น้ำลิตานี และให้กองทัพเลบานอนเข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงยังอนุญาตให้กองทัพอิสราเอลยังคงสามารถประจำการอยู่ในเขตความมั่นคง ที่ขยายออกไปทางตอนใต้ของเลบานอน
Netanyahu on Lebanon:
— Clash Report (@clashreport) June 27, 2026
We are breaking the Iranian diplomatic axis.
We managed to reach this framework of understandings for a simple reason: because we struck Hezbollah hard.
And Hezbollah, which expected help from Iran, didn't get it. pic.twitter.com/gSV9kTuEBj
ขณะที่นายนาอิม กัสเซ็ม ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ประณามรัฐบาลเลบานอน ที่ยอมอ่อนข้อลงนามในข้อตกลงฉบับนี้ เพราะเป็นการยอมจำนนต่ออธิปไตย และยืนยันว่า ข้อตกลงฉบับนี้ถือเป็นโมฆะและไม่มีผลบังคับใช้
ต่อมา นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล สั่งการให้กองทัพ “เตรียมพร้อมสำหรับการประจำการระยะยาวในเขตความมั่นคง” ซึ่งหมายถึงพื้นที่ลึกเข้าไปในดินแดนเลบานอน ราว 10 กิโลเมตรจากแนวชายแดน
ด้านกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายในประเทศ จากการโจมตีทางอากาศครั้งใหม่ของอิสราเอล.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



