สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมของจีนและรัสเซียออกแถลงการณ์ร่วมกัน เกี่ยวกับปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมทางอากาศตามแผน นานประมาณ 13 ชั่วโมง เหนือทะเลจีนตะวันออก และทะเลญี่ปุ่น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยอากาศยานที่เข้าร่วม รวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ “ตู-95” และเครื่องบินทิ้งระเบิด “ซีอาน เอ-6” ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( พีแอลเอ )


ขณะที่ นายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงภารกิจดังกล่าว เป็นการเตรียมการล่วงหน้า และเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ตระหนัก ว่าความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมและ “ไร้ขีดจำกัด” ระหว่างรัสเซียกับจีนนั้น “แข็งแกร่งเพียงใด”


ด้านกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “เป็นเจตนาข่มขู่คุกคาม” เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่กลุ่มพันธมิตรความมั่นคงจตุภาคี “ควอด” ซึ่งประกอบด้วยสหรัฐ ออสเตรเลีย อินเดีย และญี่ปุ่น ประชุมร่วมกันที่กรุงโตเกียว

ส่วนข้อมูลจากสำนักงานคณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้ ระบุว่า อากาศยานทางทหารของจีนและรัสเซียล่วงล้ำเข้ามา ในน่านฟ้าที่เกาหลีใต้ถือเป็น “เขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศ” ( เคเอดีไอแซด ) แม้ไม่ได้ถือว่า เป็นการละเมิดน่านฟ้าอธิปไตยของเกาหลีใต้ แต่กองทัพอากาศเกาหลีใต้ ส่งเครื่องบินหลายลำขึ้นบินประกบ และเพื่อสังเกตการณ์

ทั้งนี้ เอดีไอแซด เป็นการกำหนดอาณาเขตที่ไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศรองรับ แต่หลายประเทศถือเป็น “เขตอิทธิพล” ที่เครื่องบินของต่างชาติ โดยเฉพาะอากาศยานทางทหาร ต้องแสดงตัวตนกับหน่วยงานดูแลความมั่นคงทางอากาศของประเทศแห่งนั้น


อนึ่ง รัสเซียประกาศอย่างชัดเจนมาแล้วหลายครั้ง ว่าไม่ยอมรับเขตแสดงตัวตนทางอากาศของเกาหลีใต้ โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 เครื่องบินกองทัพเกาหลีใต้ยิงเตือนหลายร้อยนัดไปยังเครื่องบินรบของรัสเซีย ซึ่งในครั้งนั้น ผ่านเข้าเขตน่านฟ้าของเกาหลีใต้ ระหว่างการซ้อมรบร่วมกับจีน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES