ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 พ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้จัด ประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในวงจำกัด (โฟกัสกรุ๊ป) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค และสิทธิพลเมือง ต่อกรณีการรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค โดยมีตัวแทนจากเครือข่ายผู้บริโภค ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส แต่ทาง ทรู และดีแทค ได้ตอบรับเข้าร่วม แต่มาแจ้งยกเลิกเข้าร่วม เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 พ.ค. ขณะที่ก่อนถึงเวลาประชุม ได้มีม็อบผู้บริโภค มาถือป้ายคัดค้านการควบรวม ธุรกิจระหว่างสองบริษัท

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) กล่าวว่า สอบ. ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการควบรวม เนื่องจากขัดต่อกฎหมายอย่างน้อย 4 ฉบับ คือ ก.ม.รัฐธรรมนูญ, ก.ม.กสทช., พ.ร.บ.ผู้บริโภค และ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า โดยหากปล่อยให้มีการควบรวม จะทำให้ผู้บริโภคจำนวน 80 ล้านเลขหมาย จะต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มขึ้น 1,760-13,600 ล้านบาทต่อเดือน จึงอยากเห็น กสทช. ค้านการควบรวม และกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการ เช่น สนับสนุนให้มีการลดต้นทุนด้วยการ ใช้โครงข่ายร่วมกัน ฯลฯ เพื่อให้ทำธุรกิจได้โดยไม่ต้องรวมบริษัท
นายศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า การควบรวมของทั้งสองบริษัท จะทำให้ผู้บริโภคถูกลดทางเลือกลง ทั้งด้านราคาแพ็กเกจ ด้านบริการ และการเลือกเครือข่ายสัญญาณ ในช่วงแรกอาจเห็นผลดีทั้งสองค่ายโรมมิ่งจับสัญญาณเครือข่ายรวมกันได้ แต่เป็นในช่วงแรกเท่านั้น เพราะธุรกิจโทรคมนาคมผู้ให้บริการต้องหมั่นขยายช่องสัญญาณ เมื่อการแข่งขันลดลง ผู้ให้บริการอาจละเลย จะส่งผลให้สัญญาณอาจไม่มีในอนาคต และผู้เล่นรายใหม่ๆ ไม่สามารถเข้ามาในตลาดได้

ขณะที่นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ทางออกของเรื่องนี้ กสทช.ไม่ควรให้มีการควบรวม เนื่องจากค่าความกระจุกตัวการแข่งขันของตลาด หรือ เอชเอชไอ เพิ่มขึ้นเป็น 5,016 จากก่อนควบรวมอยู่ที่ 3,700 ซึ่งสูงกว่ากรณี เอทีแอนด์ที ซื้อที-โมบาย ในสหรัฐ ที่ค่าเอชเอชไอเพิ่มขึ้น 732 ก็ถูกห้ามเพราะกลัวผูกขาด ซึ่งถือว่าน้อยกว่ากรณีทรูและดีแทคด้วยซ้ำ
ด้านนายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ประธานอนุกรรมการเพื่อศึกษาและวิเคราะห์ กรณีการรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทค กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ทรูและดีแทคไม่มาอ้างเวทีไม่เป็นกลาง ยืนยันว่าทาง คณะกรรมการ กสทช.เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น และยังไม่มีการตั้งธงว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ควบรวม โดยจะรอฟังข้อมูลความเห็นจากโฟกัสกรุ๊ป และภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก่อน



