สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่านายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในงานเสวนาของมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งตกต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ นับตั้งแต่ยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มาจนถึงประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน ว่ารัฐบาลวอชิงตันไม่ต้องการสร้างความขัดแย้ง หรือทำ “สงครามเย็นครั้งใหม่” กับอีกฝ่าย
ในทางกลับกัน บลิงเคนยืนยันว่า รัฐบาลไบเดนมุ่งมั่นแสวงหาโอกาสเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารโดยตรงกับจีน ให้ครอบคลุมทุกมิติที่สำคัญ และพร้อม “ตอบสนองเชิงบวก” ต่อความวิตกกังวลของจีน อย่างไรก็ตาม สหรัฐต้องปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ “ที่เกี่ยวกับรัฐบาลปักกิ่ง” อยู่เสมอ เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลวอชิงตัน ในการรักษาระเบียบโลกที่เปิดกว้างและครอบคลุม
ขณะเดียวกัน บลิงเคนกล่าวถึงพัฒนาทางเศรษฐกิจของจีนที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ว่าเป็นเรื่องที่สหรัฐและพันธมิตรจับตาอย่างใกล้ชิดมาตลอด พร้อมทั้งเพิ่มการลงทุนในพื้นที่เป้าหมายเพื่อถ่วงดุลกัน ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันออกแถลงการณ์เกี่ยวกับคำกล่าวของบลิงเคนเพียงว่า “ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือ ไม่ใช่การเผชิญหน้า”
อย่างไรก็ตาม การแสดงทรรศนะของนักการทูตหมายเลขหนึ่งในรัฐบาลวอชิงตัน เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรมว.การต่างประเทศจีน อยู่ระหว่างเดินสายเยือนกลุ่มประเทศหมู่เกาะทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก และสหรัฐวิจารณ์ว่า เป็นความพยายามของรัฐบาลปักกิ่งในการ “ครอบงำ” ภูมิภาคแห่งนี้.
เครดิตภาพ : REUTERS



