สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 พ.ค. โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวด้านการทูต ว่าจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็น 2 ใน 5 สมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) คัดค้านที่ประชุม ในการออกแถลงการณ์ร่วม เพื่อแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในเมียนมา ซึ่งยังคงอยู่ในระดับ “เลวร้าย” และ “ความคืบหน้าอย่างจำกัด” ของรัฐบาลทหารเมียนมา ในการยึดมั่นตามฉันทามติ 5 ข้อ ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)


สำหรับร่างแถลงการณ์ที่มีการพิจารณากันนั้น เสนอโดยสหราชอาณาจักร และเกิดขึ้นหลังการแถลงผ่านระบบออนไลน์ของนายปรัก สุคน รมว.การต่างประเทศของกัมพูชา ซึ่งทำหน้าที่ประธานอาเซียนประจำปีนี้ และนางโนลีน เฮย์เซอร์ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเมียนมาของยูเอ็น มีเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า อาเซียนคือองค์กรกลาง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุน การใช้กระบวนการอันสันติ เพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์ซึ่งยังคงดำเนินอยู่ และเรียกร้องการที่ยูเอ็นเอสซีต้องเดินหน้าแสวงหาหนทาง ให้เกิดการเจรจากับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลประโยชน์ของชาวเมียนมา


ขณะที่ผู้แทนระดับสูงของสมาชิกอาเซียนพบหารือกันที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค. เกี่ยวกับ การดำเนินความพยายามครั้งใหม่ เพื่อการจัดสรรความสนับสนุนด้านมนุษยธรรมให้แก่เมียนมา

ส่วนเงื่อนไขของฉันทามติทั้ง 5 ข้อนั้น ประกอบด้วย การที่คู่กรณีทุกฝ่ายยุติใช้ความรุนแรง การเจรจาร่วมกันอย่างสันติ การเปิดโอกาสให้ผู้แทนพิเศษทางการทูตของอาเซียนได้เข้าเมียนมา เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการเจรจา การผลักดันความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และคณะผู้แทนพิเศษของอาเซียนเยือนเมียนมา เพื่อพบหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES