สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอาปีอา ประเทศซามัว เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ว่านางเฟียเม นาโอมิ มาตาอาฟา นายกรัฐมนตรีซามัว และนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรมว.การต่างประเทศจีน ร่วมกันเป็นสักขีพยาน ในพิธีลงนาม “ข้อตกลงยกระดับความร่วมมือ” ครอบคลุมในมิติที่เกี่ยวกับ “การทูต การค้า และความร่วมมือทางเทคนิค”


ขณะที่ทำเนียบรัฐบาลซามัวเผยแพร่แถลงการณ์ เกี่ยวกับการพบหารือครั้งนี้เพียงว่า มาตาอาฟาและหวัง หารือ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ วิกฤติโรคระบาด สันติภาพ และความมั่นคงบนโลก ทั้งนี้ จีนจะเดินหน้าให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ให้แก่หลากหลายภาคส่วนของซามัว และจะมีการจัดตั้งกรอบความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนโครงการในอนาคต “ที่เกิดขึ้นบนความเห็นพ้องร่วมกัน”


สำหรับการเยือนซามัวของหวัง นับเป็นจุดหมายแห่งที่สาม ของการเดินสายปฏิบัติภารกิจยาวนานกว่า 1 สัปดาห์ ในกลุ่มประเทศแปซิฟิกตอนใต้ ต่อจากการเยือนหมู่เกาะโซโลมอน และคิริบาสหรือคิริบาตี


ในเวลาเดียวกัน นางเพนนี หว่อง รมว.การต่างประเทศออสเตรเลีย เยือนฟิจิ “เพื่อแสดงความวิตกกังวลอย่างเปิดเผย” ต่อการที่จีนขยับขยายอิทธิพลเข้าสู่ภูมิภาคแปซิฟิกตอนใต้ โดยรัฐบาลแคนเบอร์ราและนิวซีแลนด์ ตลอดจนสหรัฐ เพิ่มการจับตาสถานการณ์ในภูมิภาคแถบนี้มากขึ้นอย่างชัด หลังหมู่เกาะโซโลมอน “สร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่” ด้วยการประกาศลงนาม “ข้อตกลงยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงทวิภาคีกับจีน” เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม หวังยืนยันว่า ข้อตกลงความมั่นคงระดับทวิภาคีกับหมู่เกาะโซโลมอน ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อถ่วงดุลหรือคานอำนาจกับประเทศใด และยืนยันว่า จีนไม่มีแผนสร้างฐานทัพบนหมู่เกาะแห่งนี้ แต่ในเวลาเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างจีนกับหมู่เกาะโซโลมอน “ไม่ควรถูกรบกวนจากบุคคลที่สามเช่นกัน”.

เครดิตภาพ : Government of Samoa