จึงเป็นจังหวะเร่งจาก “ชัชชาติแลนด์สไลด์” ที่ชนะเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แบบถล่มทลาย คะแนนเสียงบ่งบอกชัดเจน ว่าคน กทม.อยากได้ผู้นำใหม่กันแล้ว หมดเวลาที่ “บิ๊กตู่ “ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะต่อตั๋วลากยาว นี่คือเสียงสะท้อนที่คนกรุงเทพฯ ที่ต้องการสื่อไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ ให้เห็นชัดๆ นาทีนี้จึงเป็นโอกาสดีนาทีทองของฝ่ายค้านที่ในการโหมโรงต่อเนื่อง ฝ่ายค้านที่ต้องใช้เวทีสภาครั้งนี้เปิดแผลรัฐบาล ชำแหละร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 66
ซึ่งต้องรอดูว่าการนำทัพโดยหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ออกมาชี้ว่า การจัดงบของรัฐบาลที่จัดไว้ปีนี้ค่อนข้างมีความสุ่มเสี่ยงมาก โดยเฉพาะปีนี้เป็นปีที่วิกฤติ ทั้งโควิด-19 สงคราม เศรษฐกิจ ความขัดแย้งต่างๆ แต่วิธีการจัดงบประมาณไม่ตอบสนองในการแก้ปัญหาให้กับประเทศ และสิ่งที่เจอเสมือนเป็นทางตัน สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ ตัวเลขงบประมาณปี 66 ที่ตั้งไว้เหมือนกับเป็นตัวเลขที่อุปโลกน์

ขณะที่ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ส.ส.นครราชสีมา ออกมาเผยว่า วันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้หารือกันถึงความพร้อมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ พ.ศ. 2566 โดยมีมติจะไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว พร้อมแพลมๆ เขย่าขวัญรัฐบาลถึงเสียงโหวตด้วยว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านมี ส.ส.อยู่ 206 เสียง ส่วนฝ่ายรัฐบาลมีอยู่ 230 กว่าๆ แต่ไม่เกิน 240 เสียง แม้จะมีเสียงต่างกัน 30 กว่าเสียง สถานการณ์เช่นนี้รัฐบาลจะประมาทไม่ได้ ต้องจับตากลุ่มสวิงโหวตคือ พรรคเศรษฐกิจไทย และพรรคเล็กต่างๆ จะลงมติไปทางใด ยังประเมินไม่ออกว่า กลุ่มนี้จะเทคะแนนไปให้ฝ่ายใด ส่วนงูเห่าในฝ่ายค้านนั้น มั่นใจว่าไม่มีแน่นอน

จับอาการ “บิ๊กตู่” ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ ก็รู้ถึงเกมความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ ในเรื่องขององค์ประชุม จึงได้ร้องขอให้บรรดาพรรคร่วมรัฐบาล ขอให้ช่วยกันระวังเรื่ององค์ประชุมขอให้ช่วยไปทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรค ขอให้ทุกคนอยู่กันให้ครบ อยู่กันตลอด อยู่ทุกครั้ง คนที่มีหน้าที่อยู่ในที่ประชุมจะต้องอยู่ในสภา จนมาถึงการประชุมในช่วงหนึ่ง จู่ๆ พี่ใหญ่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พูดขึ้นกลางวงประชุม ครม.ว่า ขอให้มั่นใจการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 66 จะผ่านความเห็นชอบจากสภา “ไม่มีอะไรแน่นอน เชื่อผมสิ และพรรคผมไม่ต้องห่วง” ซึ่งนายกฯ กล่าวติดตลกว่า “ขอให้สมพรปาก” บรรดารัฐมนตรีต่างพากันหัวเราะและปรบมือ
เมื่อพี่ใหญ่ส่งสัญญาณมาแล้วแบบนี้ ก็ต้องรอดูผลการโหวตในส่วนของกลุ่มสวิงโหวตจะยอมโหวตให้ผ่านไปก่อนหรือไม่.



