สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้การต้อนรับและพบหารือกับนายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ผู้นำนิวซีแลนด์ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันอังคาร
ทั้งนี้ ไบเดนกล่าวในตอนหนึ่ง ว่าสหรัฐไม่เคยมีความคิดเป็นผู้บงการ หรือสั่งการประเทศในภูมิภาคแปซิฟิก แต่มุ่งหวังเป็นพันธมิตรที่ดี อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐมองว่า รัฐบาลวอชิงตันต้องดำเนินการให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มประเทศในภูมิภาคแห่งนี้
During a meeting with New Zealand Prime Minister Jacinda Ardern, U.S. President Joe Biden said he planned to meet with lawmakers in Congress about guns after the recent mass shooting at a Texas elementary school shooting https://t.co/iHSbGsyyW2 pic.twitter.com/8udPUCSeH6
— Reuters (@Reuters) May 31, 2022
หลังเสร็จสิ้นการพบหารือ ไบเดนและผู้นำนิวซีแลนด์เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมกัน แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับ “ข้อตกลงส่งเสริมและยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง” ระหว่างจีนกับหมู่เกาะโซโลมอน โดยมีเนื้อหาระบุชัดเจน ว่าสหรัฐและนิวซีแลนด์ยังคงมีความเชื่อมั่น ว่ากรอบความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การที่จีนเตรียมตั้ง “ฐานทัพถาวร” ในประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กแห่งนี้ แม้รัฐบาลปักกิ่งยืนกรานปฏิเสธก็ตาม
นอกจากนั้น ผู้นำสหรัฐและผู้นำนิวซีแลนด์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก ที่บรรดาประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ตลอดจนปัญหาเรื่องอาวุธปืนในสหรัฐ
อนึ่ง อาร์เดิร์นนับเป็นผู้นำนิวซีแลนด์คนแรกในรอบ 8 ปี ซึ่งเยือนกรุงวอชิงตันอย่างเป็นทางการ ต่อจากเซอร์จอห์น คีย์ เมื่อปี 2557 และการเยือนของอาร์เดิร์นยังเกิดขึ้น “อย่างประจวบเหมาะ” กับการที่นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรมว.การต่างประเทศจีน เดินสายเยือนกลุ่มประเทศหมู่เกาะในแปซิฟิก เพื่อจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือด้านความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ฟิจิและอีกหลายประเทศ “ขอหารือร่วมกันอีกครั้งก่อน”.
เครดิตภาพ : REUTERS



