เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายณัฏฐ์ มงคลนาวิน” ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล ได้ออกมาโพสต์ข้อความต่อกรณีจากท่าทีของ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ที่ให้สัมภาษณ์สื่อยักษ์ใหญ่ (Daily Telegraph) แบบไม่ไว้หน้าใคร จนคนทั่วโลกต้องตั้งคำถามว่า NATO ยังจำเป็นอยู่ไหม
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “ในขณะที่คนไทยกำลังกังวลเรื่องปากท้องและราคาน้ำมัน แต่อีกฟากฝั่งโลกเมื่อวานนี้ (1 เมษายน 2569) มี “แผ่นดินไหวทางการเมือง” เกิดขึ้นครับ เมื่อ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อยักษ์ใหญ่ (Daily Telegraph) แบบไม่ไว้หน้าใคร จนคนทั่วโลกต้องตั้งคำถามว่า “NATO ยังจำเป็นอยู่ไหม”

“นิยามใหม่ของ NATO “เสือกระดาษ” (Paper Tiger) ทรัมป์ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเรียก NATO ว่าเป็น “เสือกระดาษ” ที่ไม่มีเขี้ยวเล็บจริง เขาประกาศชัดเจนว่าการถอนตัวของสหรัฐ นั้น “อยู่เหนือการพิจารณาไปแล้ว” (Beyond reconsideration) ชนวนเหตุ คือ ทรัมป์โกรธจัดที่พันธมิตรยุโรปปฏิเสธที่จะส่งกองเรือเข้าไปช่วยเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ในสงครามอิหร่านตามคำสั่งของเขา โดยคำพูดสุดแสบ คือ “เราเคยช่วยคุณโดยอัตโนมัติมาตลอด รวมถึงยูเครนที่ไม่ใช่ปัญหาของเราเลย แต่วันที่เราขอความช่วยเหลือ คุณกลับมีแต่สิ่งกีดขวางและคำถาม” ทรัมป์มองว่านี่คือการทรยศทางยุทธศาสตร์ครับ”
อีกทั้ง “ยุทธศาสตร์บีบงบ คือ “จ่าย 5% หรือตัวใครตัวมัน” ย้อนกลับไปเมื่อมิถุนายน 2568 ทรัมป์เคยบีบให้สมาชิก NATO ตกลงเพิ่มงบกลาโหมเป็น 5% ของ GDP (จากเดิมแค่ 2%) วันนี้เขาตอกย้ำว่าอเมริกาจะไม่แบกค่าใช้จ่ายให้คนอื่นอีกต่อไป และเป้าหมายแฝงไม่ใช่แค่เรื่องงบครับ แต่นี่คือการบีบให้ยุโรปต้องควักกระเป๋าซื้อ “อาวุธและเทคโนโลยีจากสหรัฐ” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในบ้านทรัมป์เอง โดยสงครามอิหร่านและม็อบ “No Kings” ในขณะที่ทรัมป์ขู่ถล่มอิหร่านให้กลับไปสู่ยุคหินหากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในวันที่ 6 เมษายน 2569 (เส้นตาย 10 วัน) ในบ้านตัวเองเขากลับเจอศึกหนัก ม็อบ No Kings 3.0 เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เกิดการประท้วงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ มีคนออกมาถึง 8-9 ล้านคน ทั่วประเทศ เพื่อค้านสงครามอิหร่านและอำนาจเผด็จการ แต่ทรัมป์กลับตอบโต้ด้วยความเมินเฉย และส่งกองกำลัง National Guard เข้าคุมเข้มเมืองใหญ่ทันที”
อย่างไรก็ตาม “มุมมองยุทธศาสตร์ โลกยุค “Transaction” หมากเกมนี้บอกอะไรเรา ทรัมป์กำลังเปลี่ยนโลกจากยุค “อุดมการณ์พันธมิตร” ไปสู่ยุค “ธุรกิจความมั่นคง” ครับ ความมั่นคงมีราคา ใครไม่จ่าย ไม่ช่วยรบ อเมริกาไม่คุ้มครอง และยุโรปต้องพึ่งตัวเอง หากสหรัฐถอนตัวจริง ยุโรปจะตกอยู่ในภาวะสุญญากาศทางการทหารทันที และไทยต้องรับมือ ความผันผวนของน้ำมัน (จากช่องแคบฮอร์มุซ) และค่าเงินดอลลาร์ จะกลายเป็นพายุเศรษฐกิจลูกใหญ่ที่เราต้องเจอ ในวันที่พี่ใหญ่โลกบอกว่า NATO คือเสือกระดาษ และพร้อมจะทิ้งพันธมิตรได้ทุกเมื่อ ประเทศไทยต้องเร่งสร้างยุทธศาสตร์ “พึ่งพาตนเอง” และกระจายความเสี่ยงให้เร็วที่สุดครับ”
ขอบคุณข้อมูล : ณัฏฐ์ มงคลนาวิน



